ิ้งเปั่าแอบกระซิบบอกนางว่าค่ำคืนนั้นองค์หญิงใหญ่และหลินจืออ๋องเสด็จไปยังตำหนักฉือหนิงเพื่อขอร้องให้จวนหย่งอี้โหว เป็นผลให้ฝั่าบาทและไทเฮากริ้ว พระองค์หนึ่งต้องถูกกักบริเวณดังนั้นช่วงหลายวันนี้จึงไม่อาจเสด็จไปเรียนได้ส่วนอีกพระองค์ถูกฝั่าบาทตำหนิไปยกหนึ่งจากนั้น ก็ถูกลงโทษให้ไปคุกเข่าที่ศาลบูรพกษัตริย์สามชั่วยาม
นางอดนิ่งอึ้งไปไม่ได้
เจิ้งเปั่ามองนางอีกครา แววทอดถอนใจวาบผ่าน บอกว่าในวันที่นางกำนัลผู้ใส่ความนางถูกคุมตัวไปยังกรมราชทัณฑ์หลวงกลับตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่อาจสอบสวนอะไรได้เลย
เจียงเสวี่ยหนิงไม่รู้ว่าตนมาถึงตำหนักข้างของตำหนักเฟิงเฉินได้อย่างไร
วันนี้นางมาสายแล้ว
แต่เซี่ยเวยกลับยังไม่มา
นางรออยู่นานก็ยังไม่พบผู้ใด เมื่อนั่งอยู่เบื้องหน้าพิณโบราณเจียวอันก็รู้สึกว่าแม้ในห้องจะมีเตาผิงเพิ่มความอบอุ่นให้ แต่มือเท้าของนางล้วนเย็นเฉียบ
บานหน้าต่างแกะสลักทั้งสองบานแง้มไว้เล็กน้อย
มีสายลมหวีดหวิวพัดเข้ามาจากภายนอก
โต๊ะของเซี่ยเวยจัดเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยพู่กันชำระล้างอย่างสะอาดสะอ้านแขวนอยู่บนที่แขวน กระดาษทั้งที่ใช้งานแล้วและยังไม่ได้ใช้งานถูกวางทับด้วยไม้บรรทัดหรือไม่ก็ที่ทับกระดาษ แม้มีลมพัดมาก็ไม่อาจทำให้กระดาษปลิว
อย่างไรก็ตามมีแผ่นหนึ่งกลับวางหมิ่นเหม่อยู่ตรงมุมโต๊ะ
เพียงสายลมพัดผ่านทีหนึ่งก็ทำให้มันปลิวร่วงลงพื้น
เจียงเสวี่ยหนิงอดเคลื่อนสายตาลงไม่ได้ ครั้นผ่านไปครู่หนึ่งและ