นกระจัดกระจายก่อนหน้านี้ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เพียงแต่ยามเจียงเสวี่ยหนิงนั่งลงบนเตียงที่ดูเหมือนเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้น ร่างทั้งร่างยังคงสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ประหนึ่งถูกคุมขังอยู่ในคุกอันหนาวเย็น
—————–
สองวันต่อมาวังหลวงเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็ไม่ได้ยินข่าวลืออะไร
หรือบางทีอาจลือกันอยู่ ทว่าไม่มีช่องทางจะแพร่เข้าสู่เรือนหยางจื่อได้อีก ราวกับไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้นในโลกมาก่อน จะมีก็แต่ตอนเดินบนเส้นทางในวังอันยาวเหยียดแล้วเหลือบเห็นแววตาใคร่รู้ที่ชาววังมองมาทางตนเท่านั้น นางถึงจะพอสังเกตเห็นคลื่นใต้น้ำซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ความเงียบสงบได้
การพบกันโดยบังเอิญในคืนนั้น เหมือนไม่ได้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของนางกับเซี่ยเวย
ยังคงสามวันสองคาบ ฝึกพิณไม่มีตกหล่นดังเดิม
ทว่านางก็ยากจะสงบจิตใจ
แม้เซี่ยเวยจะสั่งให้นางนั่งอยู่ตรงหน้าพิณคันนั้นต่อเนื่องหลายวัน แต่ก็ไม่อาจช่วยคลายความฟุั้งซ่านของนางลงไปได้ ต่อมาเขาเลือกจะไม่สนใจอีก เพียงให้นางนั่งอยู่ด้านข้าง ส่วนเขาก็นั่งอยู่หลังโต๊ะตำรา ก้มหน้าก้มตาสะสางเอกสารทางราชการที่กองเป็นพะเรอเกวียน แม้แต่ถ้อยคำสนทนาระหว่างกันยังน้อยลง
บางครั้งเจียงเสวี่ยหนิงก็คิดว่าท่าทางเช่นนี้ต่างหากถึงจะเป็นปกติของเซี่ยเวย
จวบจนหนึ่งวันก่อนจะได้ออกจากวังหลวงเพื่อหยุดพักผ่อน ในที่สุดนางก็ได้พบเจิ้งเปั่าบริเวณมุมหนึ่งของอุทยานหลวง
เจ