เขาจะถอนหมั้น
เขาไม่ได้ชอบเหยาซี
สองประโยคนี้พลันผุดจากส่วนลึกภายในหัวสมองของเจียงเสวี่ยหนิง ประหนึ่งหินสองก้อนที่ตกกระทบดวงใจนาง ทำลายความสงบเยือกเย็นที่นางฝืนแสดง นำมาซึ่งความลิงโลดและปีติยินดีอย่างหาที่เปรียบมิได้
ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงศีลธรรมอันใดอีกต่อไปแล้ว
เพราะจางเจอไม่ได้ชอบเหยาซี และจางเจอต้องการถอนหมั้นด้วยตนเอง ส่วนนางก็ไม่ได้ทำเรื่องผิดมโนธรรม ไม่ได้ใช้วิธีการลอบกัดอันใดนางยังคงรักษาคำมั่นที่มีต่อเขาในชาติก่อนเอาไว้ได้ ไม่ถือว่าเป็นคนเลว
เจียงเสวี่ยหนิงใจเต้นถี่รัว
ครั้นจางเจอกล่าวสองคำนี้จบก็กล่าวคำว่า“ขอบคุณ” และ “ขอลา” จากนั้นจึงหมุนกายเดินเลียบเส้นทางอันทอดยาวภายในวังหลวง
จันทราบนท้องนภาอับแสง
ทว่าแสงดารากลับเจิดจรัสเพราะเหตุนี้ทั้งที่ส่วนลึกของวังหลวงซึ่งปกคลุมด้วยม่านราตรีเต็มไปด้วยภยันตรายที่ไม่อาจคาดเดาอยู่ทุกแห่งหน แต่เจียงเสวี่ยหนิงกลับรู้สึกว่าแสงเรืองรองบนท้องนภากำลังอาบร่างของเขา ส่วนนางก็อยากกลายร่างเป็นหนึ่งในลำแสงนั้น สาดส่องเส้นทางขากลับอันแสนขรุขระของเขาให้สว่างไสวยิ่งขึ้น
เบื้องหน้ามีเฉินอิ๋งกำลังรอเขาอยู่
ขันทีน้อยถือโคมไฟก้มศีรษะ
เงาร่างของจางเจอค่อย ๆ เข้าใกล้อีกฝั่าย
ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงก็รู้สึกว่าหากตนยืนมองอยู่ตรงนี้นานเกินไปและตกอยู่ในสายตาของผู้ที่คิดไม่ซื่อจะต้องเผยพิรุธเป็นแน่ จึงหมุนกายแล้วเดินย้อนกลับ
เพียงชั่วพริบตาที่หันหลัง รอยยิ้มก็