การประชวรของเสด็จแม่เพิ่งจะหายดีต้องการความสงบเพื่อพักฟืน หวังซินอี้เปลี่ยนเป็นจับนางกำนัลผู้นี้โยนไปที่กรมราชทัณฑ์หลวง คืนนี้ห้ามให้พวกเขานอน ต้องไต่สวนให้แน่ชัดให้จงได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หวังซินอี้ถือเป็นกึ่งอาจารย์ของเจิ้งเปั่า เขาฝึกฝนตนเองจนกลายเป็นจิ้งจอกเฒ่ามาตั้งแต่แรก ด้วยเหตุนี้เขาถึงอยู่มาจนถึงตำแหน่งขันทีดูแลตราพระราชลัญจกรได้ หนังตาซึ่งเต็มไปด้วยรอยย่นยาวหลายเส้นขยับหนหนึ่ง มองนางกำนัลน้อยด้วยความเวทนาสงสารหลายส่วน จากนั้นก็โบกมือมีนางกำนัลเข้ามาคุมตัวจากทั้งซ้ายและขวาทันที
ส่วนปากพลันถูกยัดด้วยก้อนผ้า ขณะถูกลากตัวออกไปไม่แม้แต่จะส่งเสียงสักแอะ มีเพียงดวงตาทั้งสองข้างที่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวอย่างไร้ประโยชน์
เสิ่นหลางมองเจียงเสวี่ยหนิงจากเบื้องบน“รองเสนาบดีเจียงนับเป็นผู้ที่พยายามทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและเพื่อราชสำนัก แม้เรื่องครั้งนี้จะมีที่มาที่ไป แต่ก็ทำให้คุณหนูรองเจียงไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่ดี หวังซินอี้ พรุ่งนี้เจ้าจงไปที่สำนักพระราชวังด้วยตนเอง แล้วสั่งให้คนส่งของพระราชทานเป็นการปลอบขวัญ หลังจากกรมราชทัณฑ์หลวงไต่สวนจนได้ผลลัพธ์แล้ว เราจะต้องทวงความยุติธรรมคืนให้เจ้าอย่างแน่นอน”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบรับ “หม่อมฉันขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณของฝั่าบาทเพคะ”
แต่นางกลับบังเกิดลางสังหรณ์ในใจราง ๆ ว่าเรื่องราวจะจบลงเพียงเท่านี้นี่ละ เกรงว่า ‘ความยุติธรรมนี้’ คงทวงคืนกลับม