่ยหนิงเกือบโผเข้าสู่อ้อมอกเขา
หน้าผากกระแทกเข้ากับคางเรียวแหลมและผอมซูบของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว แข็งกระด้างเสียจนรู้สึกเจ็บจางเจอไม่ใช้เครื่องหอม มีเพียงกลิ่นหอมสะอาดอันแสนจะเบาบางของสบู่
นางกุมหน้าผากตัวเองอย่างตกตะลึง ขณะเงยศีรษะขึ้นมาสบกับนัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นของเขาก็รู้สึกถึงลมหายใจอันแรงกล้าซึ่งคล้ายกำลังโอบล้อมและชำแรกเข้าไปในกายนาง ทำให้นางใบหน้าร้อนลวก ผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้สติ รีบถอยกลับไปยืนอย่างมั่นคง สร้างระยะห่างที่เหมาะสม
…ชาติที่แล้วนางทำอะไรตามอำเภอใจ ช่วงที่เพิ่งจะได้รู้จักจางเจอก็มักฉวยโอกาสกลั่นแกล้งเขา คิดจะสร้างความอับอายให้อีกฝั่าย ทว่าภายหลังกลับทั้งรักและเคารพ ไม่กล้าเล่นพิเรนทร์อะไรกับเขาอีก ชาตินี้นางไม่อยากสร้างภาพลักษณ์ไม่ดีต่อจางเจอ ไม่อยากทำให้เขานึกว่าตนเป็นสตรีที่ไร้มารยาทและไม่มีกาลเทศะ เป็นคนใจง่ายที่เอะอะก็ชอบเสนอตัวเข้าหา
นางรู้สึกยินดียิ่งที่ขันทีน้อยถือโคมไฟจากไปทำให้แสงไฟไม่เพียงพอ มิเช่นนั้นคงไม่อาจปิดบังกิริยาเขินอายใบหน้าแดงก่ำในยามนี้ได้แน่ นางลอบตั้งสติ ก่อนจะกล่าวว่า “เป็นเพราะวันนี้ข้าสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ระวังปลายเท้าขอบพระคุณใต้เท้าจางเจ้าค่ะ”
กลิ่นหอมกรุ่นจากกายนางพลันไกลห่าง
นิ้วมือทั้งห้าของจางเจอว่างเปล่า มีสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านซอกนิ้ว เขาหดกำอย่างเชื่องช้า ทิ้งฝั่ามือ แล้วค่อย ๆ เอ่ยว่า “เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เป็นสิ่งที่ค