ไม่สิ เป็น ‘คนละชาติภพ’ อย่างแท้จริงเลยต่างหาก
ชาติก่อนหลังจากจางเจอเข้าคุกแล้ว นางก็ไม่เคยได้พบหน้าอีก ส่วนชาตินี้ทำได้เพียงเหลือบมองช่วงสั้น ๆ ท่ามกลางสายฝนยามราตรีที่เหลาเฉิงเซียวคราวก่อน ไม่ได้แลดูอย่างถ้วนถี่
ยามนี้คนผู้นี้กลับยืนใกล้แค่คืบ
นางมองเงาหลังเขาจากจุดที่ต่ำกว่า จึงยิ่งดูสูงชะลูดและเงียบขรึม ต่อให้เขากำลังค้อมศีรษะถวายบังคมเซียวไทเฮาที่ประทับอยู่บนบัลลังก์เบื้องสูง แผ่นหลังก็ยังเหยียดตรง กอปรด้วยบุคลิกอันห้าวหาญผ่าเผย
นางแทบน้ำตาร่วงในชั่วขณะนั้น
แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดจางเจอถึงปรากฏกายในสถานที่แห่งนี้ แต่นางรู้ดีแก่ใจว่าเขาต้องยังไม่รู้จักนางแน่ ทว่าขอเพียงเขายืนอยู่ตรงนี้ ยืนอยู่ตรงหน้านาง ความกลัดกลุ้มและภยันตรายที่มีอยู่ในโลกก็เหมือนจะสูญสลายในบัดดล ทิ้งไว้เพียงความสงบสุขอันผ่อนคลาย
ประหนึ่งเป็นวันฝนพรำ
ส่วนผู้มองดูสายฝนกำลังเสพสุขกับความเงียบสงบอันแสนสั้นภายในพื้นที่เล็ก ๆ โอบล้อมด้วยสรรพสำเนียงเซ็งแซ่
ตัวนางในอดีตเคยตัดพ้อสวรรค์ว่าช่างไม่ยุติธรรมกับนางเสียเหลือเกิน มอบหลายสิ่งให้ตนแต่ก็พรากหลายสิ่งไปยิ่งกว่า ทว่ายามนี้กลับรู้สึกซาบซึ้งต่อเทพยดาบนสรวงสวรรค์เป็นล้นพ้น
ซาบซึ้งในบุญคุณที่พวกท่านทำให้นางได้พบจางเจอ
เจียงเสวี่ยหนิงหลุบตาเล็กน้อย ทว่ามุมปากกลับหยักยกเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ต่อให้ตนกำลังตกอยู่ในสภาวะคับขันสุดแสน ทว่าก็ไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
แต่ไหนแต่ไรมาฝั่ายในและฝ