้ข้า!”
เฉินอิ๋งเป็นผู้ลงทุนลงแรงอย่างยิ่งในคดีจวนหย่งอี้โหว
ชายผู้นี้รู้จักปรับตัวตามสถานการณ์ยิ่งนัก
นี่ไม่ใช่การแสดงละครเพิ่มอีกฉากแต่อย่างใดและเซียวไทเฮาก็ไม่ได้แยแสเวลาเพียงเล็กน้อยเช่นนี้ด้วย ครั้นนางเอ่ยเสร็จก็มองเจียงเสวี่ยหนิงและกล่าวว่า “เฉินอิ๋งขึ้นดำรงตำแหน่งรองเสนาบดีกรมอาญาได้ไม่ถึงครึ่งปี ไต่สวนคดีใหญ่มามากมาย หากเขามาจะต้องไม่ใส่ความเจ้าแน่!”
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงกลับไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย
นางเคลื่อนสายตาไปยังตำแหน่งของเจิ้งฮองเฮาโดยปราศจากพิรุธ มองเจิ้งเปั่าซึ่งยืนอยู่ทางด้านหลังเจิ้งฮองเฮาแวบหนึ่ง
ขณะนี้สายตาของวังเฉวียนไปอยู่บนร่างเจิ้งเปั่าเช่นกัน
เขาแสดงภาษามือซึ่งหมายความว่า ‘ไป’กับเจิ้งเปั่าอย่างเป็นธรรมชาติยิ่งนัก
เจียงเสวี่ยหนิงจึงหลุบตาอย่างเชื่องช้า…
วังหลวงก็เป็นเช่นนี้
ถึงกับเกิดคดีที่ต้องเรียกใช้งานกรมอาญาภายในวังหลวง มิหนำซ้ำยังเกี่ยวพันกับกลุ่มกบฏเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีทางส่งขันทีน้อยธรรมดาไป
ดังนั้นในตำหนักจึงไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่านี้แล้ว
หวังว่าเขาจะประสาทสัมผัสไวหน่อย รับรู้เจตนาของนางก็แล้วกัน
หลังจากส่งเจิ้งเปั่าออกไปแล้ว ตำหนักฉือหนิงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
ยามนี้เซียวไทเฮาถึงมองเซียวซู ก่อนจะเรียกให้นางลุกขึ้นมาอยู่ข้างกายตน และบอกให้ทุกคนลุกเช่นกัน
เหลือเพียงเจียงเสวี่ยหนิงที่วางปินทองและคุกเข่าตัวแนบพื้น
ม้าเร็ววิ่งออกจากวังหลวงไปถึง