้าถอดสีอยู่โดยรอบคราหนึ่ง “ทุกท่านไม่ต้องกลัว นั่งลงก่อนเถิด”
ทุกคนไหนเลยจะกล้านั่ง
เมื่อได้ฟังคำพูดนี้ของวังเฉวียนไม่เพียงไม่กล้านั่ง ตรงข้ามกลับยืนอยู่ในห้องโถงอย่างว่าง่ายศีรษะเองก็ยิ่งก้มต่ำ
มีเพียงเจียงเสวี่ยหนิงที่หลุบตา ใบหน้าไร้ความรู้สึก ปัดแขนเสื้อซึ่งถูกคนจับจนยับเบา ๆแล้วพลันนั่งลงตรงข้ามวังเฉวียน
เหล่าพระสหายร่วมศึกษาต่างตาโตอ้าปากค้าง
ฟางเมี่ยวหนังตากระตุกไม่หยุด คิดในใจว่าวันนี้เจียงเสวี่ยหนิงอย่าทำอะไรแผลง ๆ ก็แล้วกัน
เจียงเสวี่ยหนิงกลับไม่มองพวกนางแม้แต่แวบเดียว ซ้ำยังยกน้ำชาที่ยังดื่มไม่หมดขึ้นมาดื่มไปเกือบครึ่งอย่างใจเย็น
ผ่านไปไม่ถึงสองเค่อ ขันทีน้อยซึ่งออกไปก่อนหน้านี้ก็วิ่งกลับมาราวกับหนีเอาตัวรอด หอบหายใจแจ้งว่า “วังกงกง ไทเฮามีรับสั่งให้ท่านคุมตัวนางไปยังตำหนักฉือหนิงทันที เพราะมีพระประสงค์จะไต่สวนด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้พระสหายร่วมศึกษาภายในเรือนหยางจื่อทุกคนต้องตามไปด้วย เพื่อเตรียมรับสั่งถามจากไทเฮา”
วังเฉวียนจึงเปล่งเสียงออกมาคำหนึ่ง “ได้”
ยามนี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงเงยศีรษะขึ้นมามองผู้อื่น ส่วนใหญ่ครั้นได้ยินว่าพวกนางต้องไปรับการไต่สวนที่ตำหนักฉือหนิงก็ตกใจลนลาน คนขวัญอ่อนเช่นเหยาหรงหรงและโหยวเย่ว์ตัวสั่นงันงกจนแทบยืนไม่อยู่ ส่วนพวกเหยาซีและฟางเมี่ยวต่างเผยสีหน้าร้อนรนกระวนกระวาย แต่ยังแสร้งทำเป็นสงบเยือกเย็น มีเพียงเซียวซูที่ยังคงนิ่งขรึมที่สุด ตอนได้ยินเ