เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้โง่งม แกล้งคนก็ต้องมีขีดจำกัด มิหนำซ้ำนี่ยังเป็นเซี่ยเวยอีก แม้จะรู้สึกว่าท่าทีที่คนผู้นี้มีต่อตนจะต่างจากที่คิดไว้มาก แต่นางก็ไม่กล้าได้คืบจะเอาศอกเพราะเหตุนี้อย่างไรเสียนางก็ไม่รู้ว่าขีดจำกัดของเซี่ยเวยอยู่ที่ใด
ดังนั้นจึงรับคำอย่างว่าง่าย ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก
เซี่ยเวยเองก็ไม่ได้ถือสาหาความนางจริงจังเพียงเดินนำหน้านางด้วยฝีเท้าไม่เร็วไม่ช้ากลับไปยังตำหนักเฟิงเฉิน
เมื่อสามวันก่อนทุกคนเห็นเจียงเสวี่ยหนิงเรียนพิณไม่ได้ความ ทำให้เซี่ยเวยหัวเสียจนถูกรั้งอยู่ในห้องเรียนกันหมด บัดนี้เมื่อเห็นนางเดินก้มหน้าก้มตาตามหลังเซี่ยเวยกลับมาอย่างว่าง่ายก็รู้สึกสดชื่นไปทั้งร่างอย่างน่าประหลาด ราวกับได้กินน้ำแข็งเย็น ๆ ในวันซานฝู[1]
ย้อนนึกถึงตอนที่นางทำตัวยโสโอหังว่ามีท่าทีได้ใจมากเพียงใด
นางทั้งมีเยี่ยนหลินปกปั้อง อีกทั้งยังมีองค์หญิงใหญ่คอยหนุน แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่อาจต้านทานพระอาจารย์ของฮ่องเต้ประจำรัชกาลเช่นเซี่ยเซียนเซิงได้อยู่ดี เขาเป็นบุคคลที่แม้แต่องค์หญิงใหญ่ยังไม่กล้าผิดใจด้วย ต่อให้เจียงเสวี่ยหนิงร้ายกาจอีกสักเท่าไร แต่ครั้นบรรเลงพิณได้ไม่ดีก็ยังคงถูกรองราชครูเซี่ยจัดการจนอยู่หมัดอยู่ดีไม่ใช่หรือ
องค์หญิงใหญ่เล่อหยางเห็นแล้วก็รู้สึกเห็นใจระคนรู้สึกผิดอยู่หลายส่วน เซี่ยเวยเป็นคนเข้มงวดกวดขันเรื่องการศึกษาเล่าเรียน ไม่มีวันอนุโลมให้ผู้ใดเด็ดขาด หนิงหนิงถูกเขาลากตัวไปเร