อาไว้แล้วมีข้อจำกัดและข้อต้องห้าม สิ่งที่สำนักพระราชวังส่งมาให้เจ้าล้วนเป็นกระดาษปิงอี้[2]และกระดาษไปั๋ลู่ ทว่าแผ่นที่ข้ามอบให้เจ้าหลายวันก่อนเป็นกระดาษเฉิงซินถัง พรุ่งนี้ตอนเจ้ามาอย่าลืมเอากลับมาคืนข้า จะได้ไม่ทำให้คนพบเห็นแล้วเกิดเรื่อง”
รายละเอียดปลีกย่อยเช่นนี้เขาก็ยังใส่ใจ ไม่กลัวจะคิดมากเกินจนต่อไปหัวล้านหรืออย่างไรกันนะ
แต่กระนั้นเจียงเสวี่ยหนิงก็รู้ว่าต้องระมัดระวังทุกคำพูดและการกระทำภายในวังหลวง ต่อว่าก็ส่วนต่อว่า อย่างไรก็ยังต้องจดจำเรื่องนี้ใส่ใจอยู่ดี
เมื่อดื่มชาเสร็จแล้ว เบื้องนอกก็มีขันทีน้อยแปลกหน้าผู้หนึ่งมามอบรายงานให้เซี่ยเวย
นางเห็นว่าเหมือนขันทีผู้นั้นมีเรื่องจะพูด จึงค้อมกายบอกลาเซี่ยเวยแล้วเดินออกมาจากตำหนักข้าง
เมื่อกลับถึงเรือนหยางจื่อ ก็เห็นคนจากกรมราชทัณฑ์หลวงลากตัวขันทีซึ่งถูกอุดปากหลายคนออกมาจากฝั่ายใน แต่ละคนมีบาดแผลบนร่างลมหายใจรวยริน มองแวบเดียวก็รู้ว่าได้รับการลงทัณฑ์ ไม่รู้จะถูกจัดการเช่นไร
เจียงเสวี่ยหนิงไม่กล้ามองอีก ก้มหน้าก้มตาเดินเลียบกำแพงวังบรรยากาศตึงเครียดก่อนจะเกิดเรื่องพลันปกคลุมทั่วทั้งพระราชวัง
แต่นางคิดว่าในเรือนหยางจื่อมีแต่พระสหายร่วมศึกษา ไม่น่าเกี่ยวข้องอะไรกับคดีหยกหรูอี้หรอก
ผู้ใดจะรู้ว่าค่ำคืนนี้ขณะทุกคนกำลังนั่งทบทวนตำราอยู่ในหอหลิวสุ่ย ขันทีถือแส้ปัดผู้หนึ่งกลับพาคนบุกรุกเข้ามาในเรือนหยางจื่ออย่างเอิกเกริกด้วยใบหน้าเย็นชา สะบั