ี้ไม่ได้ซุกซ่อนแก้วแหวนเงินทองอันใด แล้วเจ้ากำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่?”
คราวนี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงได้สติคืนกลับมา
นางรู้สึกว่าหลายวันที่ได้นั่งสงบจิตใจอยู่ภายในตำหนักหลักหนึ่งชั่วยามและตำหนักข้างอีกหนึ่งชั่วยาม ช่วงแรกที่ได้นั่งรู้สึกอัดอั้นตันใจกระสับกระส่ายยิ่งนัก แต่ตอนนี้เริ่มนั่งเหม่อมองท้องฟั้าได้ ถือว่าพัฒนาอย่างรวดเร็วแล้ว
แต่ก็ยังไม่กล้าเถียงเซี่ยเวย
นางพึมพำว่า “เซี่ยเซียนเซิงเลื่อนตำแหน่งได้เป็นผู้ดูแลสภา เก่งกาจกว่าท่านพ่อของข้าเสียอีก ศิษย์ยินดีกับท่านด้วยนะเจ้าคะ”
ช่วงนี้นางปากหวานแปลก ๆ
เพียงแต่สำหรับเซี่ยเวยแล้ว เรื่องนี้กลับไม่ได้ดูง่ายดายเช่นเปลือกนอก
การใช้ประโยชน์จากอาจารย์ที่มาถวายการบรรยายแด่องค์หญิงใหญ่เล่อหยางที่ตำหนักเฟิงเฉินเพียงไม่กี่คนในการกวาดล้างสภาฮั่นหลินนี้ถือว่าทำไปเพราะสถานการณ์บังคับ ต่อให้ทำได้สมบูรณ์แบบไม่ทิ้งร่องรอยให้คนจับได้ แต่หากมีผู้ใดมาตั้งใจจับสังเกตก็จะรู้สึกได้ไม่ยากว่าเขาเป็นคนมากเล่ห์ กระหายความสำเร็จและผลประโยชน์
แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แล้วจริง ๆ
หากมีเวลา เขาอาจทำได้แนบเนียนกว่านี้ทว่าคดีหยกหรูอี้ยิ่งสืบก็ยิ่งบีบคั้น อีกไม่นานจะเกิดเหตุการณ์นองเลือด หากตนไม่ได้ครอบครองอำนาจที่แท้จริงอะไรกับเขาบ้างก็ไม่รู้จะสูญเสียการควบคุมสถานการณ์โดยรวมทั้งหมดไปหรือไม่
เซี่ยเวยไม่อธิบาย เพียงหลุบตากล่าวว่า“กระดาษที่ใช้อยู่ภายในวังถูกกำหนดเ