กษรและตำราก็ต้องตรวจค้นอย่างถ้วนถี่
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นรูปการณ์เป็นเช่นนี้ก็หนังตากระตุก นึกได้ทันทีว่านางยังเก็บกระดาษเฉิงซินถังแผ่นนั้นอยู่ในกล่อง จึงอดกังวลใจไม่ได้
ไม่นานนักก็มาตรวจค้นห้องของทุกคนส่วนใหญ่ตอบว่าไม่มีปัญหา
ทุกคนต่างโล่งอก คิดว่าคดีนี้เพียงค้นตามหน้าที่
แต่ขณะที่พวกนางเพิ่งรู้สึกวางใจ ขันทีที่มาตรวจค้นคนหนึ่งก็เดินมาจากระเบียงทางเดินด้วยความรีบร้อน ถือกระดาษแผ่นหนึ่งเอาไว้ ส่งมอบใส่มือวังเฉวียนผู้นั้น ก่อนจะกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างใบหู
พอวังเฉวียนเห็นสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “เยี่ยม!”
เขาเงยหน้ากวาดสายตามองทุกคน เอ่ยถามว่า “ผู้ใดคือคุณหนูจากจวนรองเสนาบดีเจียง?”
สายตาของทุกคนไปอยู่บนร่างเจียงเสวี่ยหนิงในบัดดล
เนื่องจากอยู่ห่างออกไปช่วงระยะหนึ่ง เจียงเสวี่ยหนิงจึงมองไม่เห็นว่าสิ่งที่ขันทีถืออยู่คืออะไรเพียงนึกว่าเป็นกระดาษเฉิงซินถังที่เซี่ยเวยเคยมอบให้นางก่อนหน้านี้ คิดว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่อาจหลบพ้นไปได้ เกรงว่าคงต้องเปลืองเรี่ยวแรงอธิบายเสียแล้ว
จึงก้าวออกมาพร้อมตอบว่า “ข้าเอง”
วังเฉวียนผู้นั้นมองสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าสองรอบ ส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยัน“ขวัญกล้านักนะ กล้าทำกล้ารับ! เด็ก ๆ จับตัวพวกกบฏมาให้ข้าซะ!”
พวกกบฏ?!
รูม่านตาเจียงเสวี่ยหนิงหดรั้งอย่างรุนแรง ยังไม่ทันรู้สึกตัวก็ถูกขันทีน้อยสองคนที่อยู่ด้านข้างเข้ามากดตัวและบิด