วันนั้นพอกลับไปแล้วคนขี้งกอย่างหลี่ว์เสี่ยนก็ดีอกดีใจจนควักกระเปั๋าซื้อสุราวสันต์แห่งจินหลิง[1]กลับไปร้านโยวหวงไหหนึ่ง
เด็กรับใช้ตกใจจนตะลึงงัน “ท่านมีไข้หรือขอรับ?”
หลี่ว์เสี่ยนรินสุราใส่ถ้วย ดื่มอย่างมีความสุขอึกหนึ่ง “ในที่สุดคนชั่วก็ได้รับผลกรรมของคนชั่วที่ผ่านมาไม่ใช่ว่ากรรมไม่ตามสนอง แต่เพราะยังไม่ถึงเวลาต่างหาก! ฮ่า ๆ ๆ …”
หากเกิดลงไม้ลงมือกันด้วยคงดีกว่านี้อีก
เขาคิดอย่างสบายอารมณ์
“…”
เด็กรับใช้ซึ่งเดิมทียังห่วงว่าเขาจะล้มปั่วยหรือไม่ ขณะนี้ยืนยันได้แล้วว่าเขาแค่เสียสติตามปกติ จึงอดมุมปากกระตุกไม่ได้ ก่อนจะปิดประตูอย่างเงียบ ๆ ปล่อยเขาละเมอเพ้อพกมีความสุขอยู่ในห้องเพียงลำพัง
———
เช้าวันต่อมามีการฟังราชกิจยามเช้า
ครั้นสิ้นสุดการฟังราชกิจแล้วทว่ายังเช้าอยู่เซี่ยเวยก็ถูกขุนนางจากกรมขุนนางหลายคนลากตัวไปสนทนาพักหนึ่งถึงค่อยหลุดออกมาได้ เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางไปยังหอบันทึกประวัติศาสตร์
คิดไม่ถึงว่าพอเงยศีรษะก็เห็นร่างสองร่างอยู่ตรงขั้นบันไดตำหนักหวงจี๋
คนทางด้านซ้ายหน้าตาเที่ยงตรง กำลังสนทนากับคนทางด้านขวาด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มสบาย ๆ เขาคือเฉินอิ๋งรองเสนาบดีกรมอาญาฝั่ายขวาคนปัจจุบันนั่นเอง ส่วนผู้ที่อยู่ทางขวากลับไม่คุ้นหน้าอยู่บ้าง สวมชุดขุนนางสีนิล ใบหน้าเย็นชา หลุบตาเก็บงำประกาย พานให้คนบังเกิดความรู้สึกว่าเย็นชาไร้ปรานีเซี่ยเวยเดินลงบันได เฉินอิ๋งเองก็เห็