นเขาแล้วจึงคลี่ยิ้ม บอกคนทางขวาว่า “เรื่องนี้ประเดี๋ยวข้ากลับไปยังศาลาว่าการกรมอาญาแล้วค่อยหารือกัน”
ครั้นกล่าวจบก็เดินไปหาเซี่ยเวย
เซี่ยเวยมองด้านหลังของอีกฝั่าย บังเอิญเห็นคนผู้นั้นหันหน้ากลับมามองตนพร้อมผงกศีรษะให้เล็กน้อย เขาพลันอึ้งอยู่บ้าง ถึงแม้จะไม่รู้สถานะของคนผู้นี้ แต่ก็ยังผงกศีรษะคารวะกลับ
เฉินอิ๋งยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเซี่ยเวย ค้อมกายประสานมือคารวะ “ได้ยินว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมาเซี่ยเซียนเซิงมีงานยุ่ง ทั้งยังต้องถวายการสอนองค์หญิงใหญ่ในวังหลวงอีก คนแซ่เฉินมิกล้าไปเยี่ยมคารวะโดยพลการ ไม่ทราบว่าเมื่อไรท่านถึงพอจะมีเวลาว่างขอรับ?”
เซี่ยเวยกลับพูดขึ้นมาว่า “คนเมื่อครู่คือผู้ใด?”
“เมื่อครู่?”
เฉินอิ๋งหันศีรษะกลับไปมอง พบว่าผู้ที่สนทนากับตนเมื่อสักครู่หมุนกายมุ่งหน้าไปยังประตูวังแล้ว มือทั้งสองข้างสอดประสานกันในแขนเสื้อบุคลิกท่วงท่าสง่างาม ดูไม่ออกสักนิดว่าจะเป็นผู้ที่กำลังมีเรื่องกับองครักษ์เสื้อแพรในขณะนี้ยามเขาเอ่ยถึงคนผู้นี้ น้ำเสียงแฝงความชื่นชมอยู่หลายส่วน
“หัวหน้าหน่วยย่อยกรมอาญากำกับมณฑลเจียงซีที่เพิ่งถูกโยกย้ายมาได้ไม่นาน แซ่จางขอรับ”
แม้ว่าขณะนี้เซี่ยเวยจะดำรงตำแหน่งที่มีเพียงยศแต่ไร้ซึ่งอำนาจจริง ๆ ทว่าถึงอย่างไรก็เป็นคนของสำนักมหาบัณฑิตใต้สังกัดของฝั่าบาทเรื่องราวน้อยใหญ่ภายในราชสำนักต้องผ่านมือเขาครั้งหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นใช้อำนาจเรียกลมเรียกฝนอันใด แต่โดยพื้น