ฐานแล้วก็จดจำได้ทุกเรื่อง
พอเฉินอิ๋งเอ่ยถึง เขาก็นึกออก
นั่นเป็นเพราะเขาเป็นผู้ลงนามรับรองให้โยกย้ายตำแหน่งนั่นเอง จึงเอ่ยว่า “จางเจอที่ร้องเรียนผู้คุมกองพันโจวผู้นั้น?”
เฉินอิ๋งมองสำรวจสีหน้าเซี่ยเวย กล่าวยิ้ม ๆ“เป็นคนผู้นี้ เซี่ยเซียนเซิงคงยังไม่ทราบ คนผู้นี้มีความสามารถล้นพ้น แตกฉานเรื่องการลงทัณฑ์ยิ่งนัก จดจำข้อกฎหมายได้จนหมดสิ้น เพียงแต่นิสัยไม่น่าคบหาและแข็งกร้าว อีกทั้งยังไม่เข้าพวกสักเท่าไร เขาเพิ่งจะถูกโยกย้ายมาหน่วยย่อยไม่กี่วัน หน่วยตรวจการเหนือขององครักษ์เสื้อแพรก็จัดงานเลี้ยงกัน เชิญชวนข้าไปร่วมอยู่หลายครา บัดนี้คนแซ่เฉินกำลังคิดไม่ตกอยู่พอดี เซี่ยเซียนเซิง ท่านเห็นเป็นเช่นไรบ้างขอรับ?”เดิมทีจางเจอเป็นหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในกรมอาญา ครั้นร้องเรียนผู้คุมกองพันโจวจึงผิดใจกับองครักษ์เสื้อแพร เสิ่นหลางเคยก่นด่ากับมหาบัณฑิตในสำนักมหาบัณฑิตเช่นพวกเขาว่าคนผู้นี้ไม่รู้จักพลิกแพลง ชอบสร้างปัญหาให้อยู่ร่ำไป
เพราะถึงอย่างไรองครักษ์เสื้อแพรก็ถวายการรับใช้ฮ่องเต้เท่านั้น
แต่แม้จะกริ้วถึงเพียงนี้ เสิ่นหลางก็ยังสะบัดพู่กันโยกย้ายจางเจอไปอยู่หน่วยย่อยของกรมอาญา จากขุนนางขั้นเจ็ดขึ้นเป็นขั้นหก ในทางแจ้งนี่อาจเป็นการเลื่อนขั้นก็จริงอยู่ แต่ในทางลับกลับเป็นการลดอำนาจของจางเจอ ทว่าก็ไม่ได้ปลดตำแหน่งทางราชการ เห็นชัดว่ายังทรงพระเมตตาอยู่บ้าง
อีกประการหนึ่ง…
เซี่ยเวยดวงตาวาบประกายเล็กน้อย มอง