เฉินอิ๋งพร้อมเอ่ยว่า “เสนาบดีเจิ้งแห่งกรมอาญาสูงวัยมากแล้ว ปีก่อนเคยถวายฎีกาขอเกษียณอายุราชการต่อฝั่าบาท เพียงแต่ถูกฝั่าบาททรงระงับเอาไว้ ตรัสว่าต่อให้เสนาบดีเจิ้งถึงวัยเกษียณแล้ว แต่ยังหาผู้เหมาะสมจะมาปกครองกรมอาญาไม่ได้ ทว่าปีนี้กู้ชุนฟางผู้ตรวจราชการมณฑลเหอหนานดำรงตำแหน่งจนครบวาระ และเป็นคนผู้นี้อีกที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ จางเจอผู้มีชาติกำเนิดเป็นแค่เจ้าหน้าที่ธรรมดาถึงได้เข้ามารับตำแหน่งขุนนาง สุรานั้นดื่มได้ งานเลี้ยงก็ร่วมได้ แต่จะกระทำตัวเช่นไรท่านต้องไปขบคิดพิจารณาด้วยตนเอง”
เฉินอิ๋งใจสั่นสะท้านทันที
เขาฟังความนัยของเซี่ยเวยออก เมื่อคิดว่าอีกไม่นานกู้ชุนฟางจะมาเป็นผู้บังคับบัญชาของตนเกรงว่าคงไม่อาจแตะต้องจางเจอได้ พอนึกถึงแผนการที่ตนเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ก็ต้องสูดลมหายใจหนาวเหน็บเฮือกหนึ่ง เขาคารวะเซี่ยเวยอีกครา “ขอบคุณเซียนเซิงอย่างยิ่งที่ชี้แนะ”
เซี่ยเวยกลับมีท่าทีเรียบเฉย เพียงเอ่ยว่า“ช่วงนี้งานยุ่ง อีกสักหลายวันท่านค่อยมาหาข้าแล้วกัน”เฉินอิ๋ง “ขอรับ”
เซี่ยเวยไม่พูดจาให้มากความอีก กล่าวลาเฉินอิ๋ง เอามือไพล่หลังหมุนกายมุ่งตรงไปยังทิศทางของตำหนักอู่อิง
หอบันทึกประวัติศาสตร์อยู่ใต้สังกัดสภาฮั่นหลิน ตั้งอยู่บนเรือนระเบียงทั้งทางฝังทิศบูรพาและประจิมของตำหนักอู่อิง มีหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์บ้านเมือง หน้าที่หลักคือรับผิดชอบการบันทึกอัตชีวประวัติของขุนนางผู้สร้างคุณูปการ