ด ทว่าตอนนี้ดันมาแยกแยะข้อดีข้อเสีย ช่างน่าประหลาดใจนัก”
ทว่าเซียวซูกลับไร้โทสะ เพียงเอ่ยว่า “ข้าแค่รู้สึกว่าการโยนตำราทิ้งมันออกจะเสียมารยาทไปหน่อยเท่านั้นเอง”
เหยาซีถามเลียบเคียง “เช่นนั้นความหมายของพี่หญิงเซียวคือ?”
เซียวซู “พวกเราเป็นเพียงผู้ที่เข้าวังมาเป็นพระสหายร่วมศึกษา ความสัมพันธ์ภายในราชสำนักหากมีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจะส่งผลกระทบทั้งหมด การผิดใจกับเซียนเซิงมากจนเกินไปก็ไม่ค่อยดี ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องการโยนตำรา ข้าว่าไม่สู้รวบรวมตำราแล้วสั่งให้คนนำกลับไปคืนจางเซียนเซิงจะดีกว่า หากจางเซียนเซิงไม่เอ่ยถามก็ไม่เป็นไร ทว่าหากถามขึ้นมาค่อยบอกว่าเป็นเจตนาของเซี่ยเซียนเซิง ฉะนั้นจางเซียนเซิงจะมา บอกว่าพวกเราไม่เคารพครูบาอาจารย์ไม่ได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกเจ้ามีความเห็นเป็นเช่นไร?”
นี่เป็นการเลือกวิธีประนีประนอมอย่างหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เซียวซูก็พูดแยกแยะผลดีผลเสียไปแล้ว ทุกคนซึ่งเดิมทียังลังเลจึงถูกนางโน้มน้าวสำเร็จ ต่างผงกศีรษะเห็นด้วยมีเพียงเฉินซูอี๋ที่มุมปากประดับรอยยิ้มหยันมองเซียวซูไม่เอ่ยวาจา
สุดท้ายทุกคนจึงย้อนกลับไปยังตำหนักเฟิงเฉิน เก็บตำราเล่มที่ถูกโยนทิ้งและเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะให้เรียบร้อย เฉินซูอี๋ไม่ได้เข้าร่วม สุดท้ายแล้วตำราที่ส่งให้คนนำกลับไปคืนจางจ้งที่หอบันทึกประวัติศาสตร์จึงมีเพียงแปดเล่ม
เล่มของเฉินซูอี๋ยังคงวางอยู่ตรงมุมโต๊ะ
ไม่รู้ว่าพอจางจ้งรับตำราไปแล้