เจียงเสวี่ยหนิงเคยนึกถึงสิบแปดวิธีปรุงนักปราชญ์ขงจื่อมาก่อน บัดนี้นางอดเริ่มขบคิดถึงสิบแปดวิธีปรุงตัวเองบ้างไม่ได้
แววตาที่เคยมองนางแปลก ๆ ของทุกคนพลันเพิ่มความเห็นใจขึ้นมาอีกหลายส่วน
ความรู้สึกที่เคยอิจฉาและดูถูกดูแคลนนางก็เรื่องหนึ่ง แต่ไม่มีผู้ใดคิดเลยว่าแค่ดีดพิณไม่ได้ความไปหน่อยก็ต้องถูกอาจารย์เรียกให้อยู่ในห้องเรียนต่อแล้ว ไม่ว่าเซี่ยเซียนเซิงจะดูท่าทางเป็นคนอบอุ่นและอ่อนโยนมากเพียงใด แต่สำหรับลูกศิษย์ เรื่องเช่นนี้ถือว่าเป็น ‘ข่าวร้าย’ที่ออกจะน่ากลัวอยู่บ้างจริง ๆดังนั้นช่วงเวลาต่อจากนี้…
ทุกคนจึงใช้เจียงเสวี่ยหนิงเป็นบทเรียน ต่อให้เป็นเสิ่นจื่ออีซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีสีหน้าท่าทางผ่อนคลายก็ยังตั้งสติซ้อมพิณอย่างเต็มที่ ด้วยกลัวจะกลายเป็นผู้ที่ถูกอาจารย์รั้งให้อยู่ต่อรายถัดไป
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งเงียบ
นางนั่งประจำที่ ไม่กล้าแตะต้องพิณตลอดชั่วยาม
เมื่อเลิกเรียนทุกคนต่างลุกขึ้นคารวะอำลาเซี่ยเวยเจียงเสวี่ยหนิงอดทอดสายตามองคนอื่นไม่ได้
ผู้ที่เก็บงำประกายไม่เปิดเผยความรู้สึกเช่นเซียวซูแค่มองนางแวบหนึ่ง
ผู้ที่เคยมีเรื่องกับนางอย่างโจ่งแจ้งเช่นโหยวเย่ว์ก็แค่นเสียงออกทางจมูกเบา ๆ ด้วยท่าทางยินดีในความทุกข์ของนางนักหนา
ส่วนฟางเมี่ยวกลับมองนางด้วยความเวทนาสงสารเป็นล้นพ้น ส่งสายตาอยากจะช่วยแต่ไม่อาจช่วยได้ให้นาง
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ว่าไม่สามารถพึ่งพาอาศัยใครได้สักคน แต่ก็ยังคิดจะคว้าฟางเส้นส