สุดท้ายชาติก่อนเซี่ยเวยได้เป็นฮ่องเต้หรือว่าไปชมจันทราที่เขาเอ๋อเหมย[1]นั่นกันแน่นะ
นางครุ่นคิดแล้วก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
แต่เมื่อพิจารณาอย่างถ้วนถี่ เขากระทำเรื่องชั่วช้าในสายตาชาวโลกตั้งมากมาย ทั้งยังก่อกรรมเข่นฆ่าสังหารมากถึงเพียงนั้น หากสุดท้ายไม่ได้เป็นฮ่องเต้ เกรงว่าจุดจบคงไม่ได้ดีสักเท่าไรกระมัง
เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเรียนพิณ เมื่อเซี่ยเวยทดสอบเสียงพิณเสร็จแล้วจึงไปนั่งอยู่ด้านข้าง ไม่เอ่ยวาจากับพวกนางแม้แต่คำเดียวหากว่ากันตามเหตุผล ขณะนี้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนระหว่างคาบ ทุกคนสามารถพักผ่อนและทำอะไรได้ตามสะดวก
ทว่าเมื่อเซี่ยเวยนั่งอยู่ตรงนั้นย่อมบังเกิดความน่าเกรงขามอันน่าพิศวงชนิดหนึ่ง ทำให้คนไม่กล้าส่งเสียงดัง ถึงขั้นไม่กล้าเคลื่อนไหวตามใจชอบ แต่ละคนล้วนนั่งประจำตำแหน่งอย่างว่าง่ายด้วยกลัวว่าจะสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี
เมื่อเป็นเช่นนี้ทั้งตำหนักจึงเงียบกริบ เกิดความสงบอันหาได้ยากยิ่ง
จวบจนเวลาพักระหว่างคาบผ่านพ้น เซี่ยเวยถึงลุกขึ้นมาใหม่และกลับไปยืนบนแท่นสอนขณะนี้เององค์หญิงใหญ่เล่อหยางรวมถึงศิษย์อีกแปดคนเบื้องล่างต่างลุกขึ้นยืนและโค้งคารวะเขา “ศิษย์คารวะเซี่ยเซียนเซิง”
เซี่ยเวยโบกมือพูดว่า “ไม่ต้องมากพิธี”
บนโต๊ะตำราที่ตั้งอยู่สูงมีไม้บรรทัดสำหรับลงโทษวางอยู่เล่มหนึ่ง
เขาหลุบตามอง ก่อนจะหยิบขึ้นมาเล่นอย่างสบายอารมณ์ เมื่อบอกให้ทุกคนนั่งลงก็พูดขึ้นมาว่า “สิ่งที่จะเรียนในวันนี้ก็คื