ก่อนหน้านี้ทุกคนปิดประตูสนทนากัน แม้แต่นางกำนัลก็ยังไล่ออกไปด้วย เหยาหรงหรงไหนเลยจะคาดคิดว่าแค่นึกถึงเรื่องนี้แล้วพลั้งปากพูดก็ถูกเซียวซูได้ยินเข้าพอดีตอนย้อนกลับมา นางกระวนกระวายทำตัวไม่ถูก ใบหน้าแดงก่ำในบัดดล
ยามนี้มิต้องสนใจแล้วว่าเซียวซูจะถือกำเนิดจากภรรยาเอกคนที่สองหรือเปล่า เพราะไม่ว่าอย่างไรด้วยสถานะของเจ้าตัว เหยาหรงหรงก็ไม่อาจล่วงเกินได้อยู่ดี
นางลุกพรวดจากที่นั่ง ก้มหน้าขออภัยด้วยอาการขวัญหนีดีฝั่อ “พวกข้าไม่ได้เจตนา…”เซียวซูยิ้มหยัน “ถึงแม้ท่านแม่ข้าจะเป็นภรรยาเอกคนที่สอง แต่ท่านพ่อก็สู่ขอเข้าตระกูลอย่างถูกต้องตามประเพณี ไม่มีสิ่งใดที่จะเอ่ยถึงไม่ได้ เพียงแต่ภายในพระราชวังแห่งนี้ พวกเจ้ากลับกินใจหมีดีเสือ กล้าวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องที่ไม่รู้อย่างชัดแจ้งแม้แต่น้อย เกรงว่าคงรังเกียจที่มีศีรษะตั้งอยู่บนคอดี ๆ มานานเกินไปจนเบื่อจะมีชีวิตอยู่แล้วสินะ?”
ทุกคนพลันหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย
เจียงเสวี่ยหนิงสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ
เซียวซูเอ่ยต่อไปว่า “พึงรู้เถิดว่าหากข้าเปิดโปงทุกสิ่งที่พวกเจ้าพูดในวันนี้ ทุกคนย่อมมีจุดจบไม่ดีแน่ พรุ่งนี้ต้องเรียนคัมภีร์ลำนำและกวี ทั้งยังต้องเรียนพิณกับเซี่ยเซียนเซิงอีก หากมีเวลามารนหาที่ตาย เหตุใดไม่ไปทบทวนตำรากับฝึกซ้อมพิณเล่า? จะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้ายามเซียนเซิงถามในตำหนักเฟิงเฉินพรุ่งนี้!”
พวกนางนึกถึงเรื่องในตำหนักฉือหนิงวันนี้ ยังหวั่นกลัวไม่หาย