เช่นไรหรือ?”
“เด็กผู้ทรงคุณธรรม?!”
ฟางเมี่ยวซึ่งกำลังขมวดคิ้วงอนิ้วนับคำนวณโชคดีและโชคร้าย ครั้นได้ยินคำนี้เข้าก็มือสั่น อดร้องด้วยความตกใจไม่ได้ มองเหยาหรงหรงด้วยสายตาแทบจะเรียกได้ว่าตื่นตระหนก แม้แต่เสียงยังแกว่ง ๆ
“ท่านเห็นคำนี้หรือ?”
เหยาหรงหรงตกใจปฏิกิริยาของฟางเมี่ยว“เห็น เห็น…”
โจวเปั่าอิงซึ่งอายุน้อยและไม่รู้เรื่องราวทางโลกงุนงงมากที่สุด “คำนี้มันทำไมอย่างนั้นหรือ?”—————-
ยามบ่ายต้นฤดูเหมันต์ ดวงตะวันบนท้องฟั้าถูกบดบังด้วยเมฆครึ้ม ริมปั่าปั้ายศิลาของวัดไปั๋ถ่ามีใบไม้ร่วงหล่นเต็มพื้น กิ่งไม้แห้งไหวเล็กน้อยท่ามกลางสายลมหนาว
ภายในศาลาเฉาอินแขวนระฆังทองเหลืองขนาดยักษ์ใบหนึ่ง
สิ่งที่อยู่ด้านข้างคือลานศิลาเตี้ย บนลานจัดวางโต๊ะพิณและโต๊ะน้ำชาเอาไว้อย่างละตัวนอกจากนี้ยังมีโถกำยานหอมทรงดอกบัววางบริเวณหัวมุมอีกด้วย ในนั้นมีกำยานหอมที่จุดไปแล้วเกือบครึ่งอย่างไรก็ตาม ครู่เดียวก็ถูกคนกวาดจนล้มระเนระนาดด้วยความกราดเกรี้ยว!
เคร้ง!
โถกำยานหอมทรงดอกบัวร่วงใส่ขั้นบันไดด้านล่าง กระดอนลงไปตามขั้นบันไดทีละขั้น เถ้ากำยานสีขาวซีดภายในโถหกกระจายกว่าครึ่งประดับบนใบไม้แห้งที่ร่วงเกลื่อนพื้น สร้างความรู้สึกน่าประหวั่นพรั่นพรึง
เจี้ยนซูหนังตากระตุกตลอดเวลา เขากดศีรษะลงไป ไม่กล้าเงยขึ้นมามอง
เพียงฟังออกว่าน้ำเสียงอันอ่อนโยนและมีเมตตาในกาลก่อนเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งเสียแล้ว
เซี่ยเวยซึ่งเดือดดาลเป็นอย่างย