ิ่งกลับเอ่ยถามด้วยท่าทีอันสงบเยือกเย็นเป็นล้นพ้น “ใครเป็นคนใช้ให้ทำ?”
เจี้ยนซูตอบ “ช่วงที่ข้าน้อยรู้ข่าวก็มีคำสั่งไปแล้ว ตอนที่ถามพวกเขาเพียงบอกว่าเป็นข่าวจากทางเมืองจินหลิง มิหนำซ้ำระหว่างการพูดคุยยังแสดงอาการรำคาญข้าน้อยเป็นอย่างมาก เหมือนจะหวาดระแวงอยู่บ้าง ข้าน้อยแสร้งว่าเดินทางจากไปแล้วและเฝั้ารออยู่ตรงนั้นเป็นเวลาครึ่งชั่วยาม เห็นเกี้ยวหลังหนึ่งเคลื่อนมาจากตรอกเล่ออัน จากนั้นก็มีคนลงมา อายุราวห้าสิบกว่าปีใบหน้าผอมซูบ ไว้เคราแพะกระจุกหนึ่ง สวมชุดสีเทา หากข้าน้อยดูไม่ผิด รูปร่างหน้าตาเหมือนกงอี๋เซียนเซิงผู้อยู่ข้างกายเจ้านิกายมากเลยขอรับ”
เมื่อไม่ได้อยู่ในวังและไม่ได้อยู่ในเวลาหารือกิจงาน เซี่ยเวยชอบสวมชุดสีขาว
ชุดสีขาวที่ปราศจากเครื่องประดับใดสักชิ้น
นี่ยิ่งทำให้เขาดูเหมือนตัดขาดจากทางโลก ไม่แปดเปือนโลกีย์แม้แต่น้อย หากผู้อื่นสวมชุดสีขาวเช่นเดียวกัน อาจดูเหมือนพ่อค้าหาบเร่หรือไม่ก็บ่าวไพร่ แต่เมื่อสวมบนร่างเขา กลับเผยความสูงส่งอันยากจะซ่อนเร้นรูปแบบหนึ่งอยู่เสมอเพียงแต่ยามนี้ ผู้สูงส่งอดเผยความเกรี้ยวกราดดุร้ายออกมาไม่ได้
เขาถามอีกว่า “ทางด้านติ้งเฟยล่ะ?”
เจี้ยนซูหลุบตา กดเสียงต่ำเล็กน้อย “พอรู้เรื่องนี้เตาฉินก็สั่งให้คนไปตรวจสอบสารลับที่คุณชายติ้งเฟยส่งมาเมืองหลวงในช่วงหนึ่งเดือนนี้อย่างละเอียด แต่ไม่มีประโยคไหนพูดถึงเรื่องในวันนี้เลยขอรับ”
เซี่ยเวยหัวเราะคราหนึ่ง “ใจข้ามิผั