ก่อนหน้านี้แม้เซียวไทเฮาจะแสดงท่าทีไม่แยแสผู้อื่น ทุกคนก็หวาดกลัวนางมากอยู่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับความเดือดดาลทั้งที่ใบหน้าเปียมล้นด้วยความเย็นเยียบเช่นนี้ กลับต่างกันราวฟั้ากับเหว
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าอยู่ดีไม่ว่าดีเพียงการถวายหยกหรูอี้ชิ้นหนึ่งจะถึงขั้นบันดาลโทสะ
พระสหายร่วมศึกษาที่อยู่เบื้องล่างทุกคนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หวาดกลัวกระวนกระวายไม่กล้าส่งเสียง
หลิวกงกงซึ่งถือหยกหรูอี้เข้ามาถวายพลันสันหลังเย็นวาบ คุกเข่าทันทีโดยไม่ต้องคิด พร่ำตะโกนเสียงดังว่า “ไทเฮาทรงระงับโทสะด้วยไทเฮาทรงระงับโทสะด้วย!”
ตัวเขาอยู่หน้าขั้นบันได
เซียวไทเฮาใช้เท้าถีบโครมหนึ่ง ยกมือและเรียกคนจากทั้งด้านซ้ายและขวาให้เข้ามาพร้อมตวาดลั่น “มานี่ จงนำตัวโจรกบฏผู้นี้ไปเสีย! เอาไปที่กรมราชทัณฑ์หลวงแล้วไต่สวนให้ดี ๆ !”
หลิวกงกงพลันหน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรง
ถึงแม้เขาจะมาเป็นผู้ถวายหยกหรูอี้ ทว่ากลับไม่รู้เลยสักนิดว่าด้านหลังหยกหรูอี้มีความพิสดารอะไรกันแน่ ครั้นได้ยินเซียวไทเฮาตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชาก็ตกใจจนขวัญและวิญญาณออกจากร่าง รีบโขกศีรษะไม่หยุด เปล่งเสียงร่ำไห้“ใส่ความ บ่าวถูกใส่ความพ่ะย่ะค่ะ! บ่าวแค่รับพระราชโองการให้มาถวายหยกหรูอี้เท่านั้น ไม่ทราบเลยว่าทำให้ไทเฮากริ้วด้วยเหตุอันใด ขอไทเฮาประทานอภัยด้วย บ่าวถูกใส่ความพ่ะย่ะค่ะ…”
เสิ่นจื่ออีและเซียวซูสองคนนั่งอยู่ข้างกายเซียวไทเฮา เมื่อครู่พอจะมองเห็นตัวอักษ