รด้านหลังหยกหรูอี้อยู่บ้าง แต่ก็เห็นไม่ชัดว่าคืออะไรกันแน่ ครั้นประสบเหตุเปลี่ยนแปลงกะทันหันจึงยิ่งไม่กล้าเอ่ยปากไต่ถามเจิ้งฮองเฮาเองก็ตกใจจนสะดุ้งโหยงเช่นกัน
นางรู้ว่าแต่ไหนแต่ไรมาเซียวไทเฮาไม่ได้นิสัยดีอะไรนัก มีส่วนใจร้ายใจดำด้วยซ้ำไป แต่หากมีปฏิกิริยาเช่นนี้แสดงว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่แท้ มิหนำซ้ำยังเอ่ยว่าหลิวกงกงเป็น ‘โจรกบฏ’อีกด้วย เดาว่าไม่ใช่เรื่องเล็กแน่นอน
ถึงหยกหรูอี้จะถูกขว้างแตก แต่ยังมีหลายชิ้นขนาดค่อนข้างใหญ่
เจิ้งฮองเฮาไม่เอ่ยสอดคำ เพียงเดินลงจากที่นั่งและหยิบเศษหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู เพิ่งอ่านเห็นคำว่า ‘เด็กผู้ทรงคุณธรรม’ ก็สีหน้าแปรเปลี่ยนครั้งใหญ่ ไม่ได้ดีไปกว่าเซียวไทเฮาสักเท่าใดนักมีคนเข้ามาคุมตัวหลิวกงกงจากทางด้านซ้ายและขวา
เจิ้งฮองเฮามองเหล่าดรุณีพระสหายร่วมศึกษาซึ่งกำลังยืนตัวสั่นงันงกแวบหนึ่ง ฝืนสะกดความประหวั่นพรั่นพรึงในใจ กล่าวกับพวกนางว่า “พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ”
เซียวไทเฮาใบหน้าถมึงทึง คราวนี้กลับไม่ได้เอ่ยอะไรมากนัก
ทุกคนคิดดูก็รู้ว่าเรื่องราวใหญ่โต ย่อมเป็นสิ่งที่พระสหายร่วมศึกษาเข้าวังมาใหม่เช่นพวกนางไม่ควรรู้เด็ดขาด เมื่อได้ยินเจิ้งฮองเฮาเปล่งวาจาก็รีบค้อมกายถวายพระพรและกล่าวอำลาเซียวซูลุกจากที่นั่ง ถวายพระพรและกล่าวลาเซียวไทเฮาเช่นกัน
เสิ่นจื่ออียังคงนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น
ตอนเซียวซูเดินจากไปยังรีบดึงนางเพื่อพาออกจากตำหนักฉือหนิงพร้อมกัน
ยามเจียงเสว