งรับตัวกลับมาเมืองหลวงเมื่อสี่ปีก่อนวิชาความรู้ตื้นเขิน จรรยามารยาทไม่เชี่ยวชาญกิริยาท่าทีเหลาะแหละ วันนี้ได้เข้าเฝั้าไทเฮาก็รู้สึกประหวั่นลนลานยิ่งนัก มือไม้อ่อนทำอะไรไม่ถูก วันหน้าจะต้องฝึกฝนตนเองอย่างเข้มงวดกวดขัน เพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่ มิบังอาจหย่อนยานแม้แต่น้อยแน่นอนเพคะ”
เซียวไทเฮาตะลึงงันทันที คิดไม่ถึงว่านางกลับพูดเช่นนี้ออกมาได้ ทำให้เปลี่ยนมุมมองเล็กน้อย“หน้าตาดูเป็นคนเหลาะแหละ แต่ยามพูดจากลับมั่นคงหนักแน่นนัก”
เพียงแต่ครั้นเห็นรูปโฉมงามสะคราญเช่นนี้จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี
นางโบกมืออย่างไม่แยแสครั้งหนึ่ง พูดราวกับล้อเล่นว่า “ช่างเถอะ กลับไปยืนประจำที่ ได้ยินว่าเจ้ายังเป็นนางในดวงใจของซื่อจื่อน้อยแห่งจวนหย่งอี้โหวอีกด้วย ตระกูลนั้นทั้งหนุ่มทั้งแก่ต่างเห็นข้าไม่ถูกชะตา หากรังแกเจ้าคงได้มาต่อว่าอะไรกันอีกแน่”
ยี่สิบกว่าปีก่อนตระกูลเยี่ยนของจวนหย่งอี้โหวกับตระกูลเซียวของจวนติ้งกั๋วกงเคยวิวาห์เชื่อมสายสัมพันธ์ ทว่าบัดนี้เหมือนต่อให้ตายก็ไม่ยอมไปมาหาสู่ กระทั่งเห็นอีกฝั่ายเป็นศัตรูคู่แค้นเสียด้วยซ้ำ
ทุกคนเคยระแคะระคายกันมาบ้าง แต่กระนั้นกลับไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
คิดไม่ถึงว่าวันนี้กลับได้ยินจากปากเซียวไทเฮาอย่างแจ่มแจ้ง พลันตื่นตระหนกกันอยู่บ้าง
เจียงเสวี่ยหนิงเป็นผู้อยู่ในวังวนก็จริง แต่ก็ยังจับเค้าลางร้ายได้เล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เซียวซูพูดเรื่องเยี่ยนหลิ