ภาพทำนองนี้สักเท่าใดนัก พวกเราเปลี่ยนเส้นทางกันดีกว่า”คราวนี้นางกำนัลถึงโล่งอก “คุณหนูใหญ่เซียวกล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ”
นางถอยกลับมาโบกมือทีหนึ่ง นำทุกคนไปยังถนนภายในวังหลวงซึ่งมุ่งไปยังอีกทิศทาง “เชิญพระสหายร่วมศึกษาทุกท่านเดินทางนี้เจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงใบหน้าไร้ความรู้สึก ทว่าในใจนั้นกลับร้อนรุ่มอยู่บ้าง แต่ปุบปับก็ไม่อาจคิดหาทางออกได้เหมือนกัน ดังนั้นแม้จะรู้สึกว่าโอกาสที่ไม่อาจพลาดเช่นนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแต่ก็จำต้องเดินตามฝีเท้าของผู้อื่นไปยังถนนอีกเส้นอยู่ดี
นางหันศีรษะกลับมามองขณะกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง
เจิ้งเปั่ายังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าตำหนักคุนหนิง แผ่นหลังเหยียดตรงยิ่งนัก ไม่เหมือนเหล่าขันทีภายในวังหลวงที่ชอบก้มตัวก้มศีรษะแม้แต่น้อย นัยน์ตาอันกระจ่างใสที่กำลังหลุบต่ำแฝงไว้ซึ่งความเด็ดเดี่ยวหนักแน่นหลายส่วน ทั้งที่ได้ยินว่ามีคนมา ทว่าความเคลื่อนไหวของมือกลับมิได้หยุดยั้งสักนิด ยังคงขบกรามแน่น ฟาดฝั่ามือลงบนใบหน้าตนครั้งแล้วครั้งเล่าดังเดิม
—————-
เนื่องจากระหว่างทางต้องเดินอ้อมไกล ทุกคนจึงบรรลุถึงหน้าประตูตำหนักฉือหนิงสายกว่าที่คิดเล็กน้อย มีหมัวมัวซึ่งค่อนข้างอาวุโสนางหนึ่งกำลังรอคอยอยู่นอกประตูตำหนัก ครั้นเห็นพวกนางจึงเอ่ยถามว่า “เหตุใดถึงมาเอาปั่านนี้?องค์หญิงใหญ่เสด็จถึงก่อนแล้ว ขณะนี้ทรงสนทนากับไทเฮาอยู่ข้างใน”
นางกำนัลน้อยตกใจจนตัวสั่น
เจียงเสวี่ยหนิงก็ใจสั่นสะท