้านขึ้นมาทันที
เซียวซูมองนางกำนัลน้อยแวบหนึ่ง เป็นฝั่ายพูดขึ้นมาเอง “เดินอ้อมขณะผ่านตำหนักคุนหนิงถึงได้มาสาย สวีหมัวมัวโปรดอย่าถือสาเลย”สวีหมัวมัวจึงไม่ได้ตำหนินางกำนัลน้อย
หากเป็นผู้ที่ถวายการรับใช้ภายในวังหลวงฟังเพียงครึ่งเดียวก็มักคาดเดาอะไรบางอย่างได้การเดินอ้อมย่อมมีเหตุผลของการเดินอ้อมมิหนำซ้ำผู้ที่เปล่งวาจาคือเซียวซู สวีหมัวมัวย่อมไม่ถามไถ่ให้มากความ ใบหน้าซึ่งเคร่งขรึมและหนักอึ้งอยู่แต่เดิมยังเผยรอยยิ้มเสียด้วยซ้ำ “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เช่นนั้นขอเชิญพระสหายร่วมศึกษาทุกท่านเข้าไปด้านในกันเถิด คุณหนูใหญ่ก็เหลือเกิน ไม่ได้เข้าวังมาเข้าเฝั้ามาสักระยะหนึ่งแล้ว พอไทเฮาทรงทราบว่าท่านได้รับการคัดเลือก ก็ทรงพร่ำบ่นอยู่หลายครั้งเลยทีเดียว”
ถึงอย่างไรก็เป็นหมัวมัวซึ่งปรนนิบัติอยู่ข้างกายนางมารเฒ่า ไม่แน่ว่ายังเฝั้ามองดูเซียวซูจนเติบใหญ่อีกด้วย ย่อมดูคุ้นเคยและมีท่าทีเป็นมิตรกับเซียวซูเป็นธรรมดา
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นแล้วก็แค่นเสียงเบา ๆ ในใจคราหนึ่ง
แม้ตัวนางจะอยู่ตรงนี้ ทว่าที่จริงแล้วใจยังคงคำนึงถึงเจิ้งเปั่า คิดเพียงว่าโอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ แต่ตนอาจพลาดไปเพราะต้องมาถวายพระพรนางมารเฒ่า บัญชีแค้นเก่าแค้นใหม่จดรวมอยู่ที่สองอาหลานคู่นี้ทันที
แม้ตำหนักฉือหนิงจะเป็นตำหนักบรรทมของไทเฮามาทุกยุคทุกสมัย แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยหรูหราฟุั่มเฟือยมากจนเกินไปนัก ทว่าครั้นถึงสมัยของไทเฮารัชกาลปัจจุบ