ันก็เปลี่ยนไปบรรณาการจากหัวเมืองและแว่นแคว้นต่าง ๆ จะถูกส่งมาที่ตำหนักฉือหนิงเป็นส่วนใหญ่ ผู้ส่งบรรณาการต่างบอกว่าเสิ่นหลางกตัญูกตเวทีจึงมอบบรรณาการเหล่านี้ให้เซียวไทเฮาไว้ชื่นชม
ตำหนักฉือหนิงในยามนี้จึงงดงามหรูหราเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเดินตามสวีหมัวมัวเข้าประตูตำหนัก เจียงเสวี่ยหนิงก็มองเห็นบัวสายและปลาจิ่นหลี[1]ที่เลี้ยงอยู่ในอ่างปลาแกะสลัก ครั้นขึ้นบันไดและเข้าไปในตัวตำหนักก็พบว่าคานและเสาแกะสลักเบื้องบนจดเบื้องล่างอุดมไปด้วยของล้ำค่าทั้งซ้ายขวา แม้แต่สิ่งที่ปูพื้นยังเป็นพรมขนสัตว์ชั้นดีที่แคว้นปัวซือ[2]เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถวายเป็นบรรณาการ
เมื่อเสิ่นจื่ออีกลับตำหนักก็เปลี่ยนเป็นสวมชุดชาววังสีชมพูอ่อนทั้งตัว ยามนี้มาถึงตำหนักฉือหนิงแล้ว กำลังอิงแอบอยู่ข้างกายเซียวไทเฮาพลางสนทนา “พระองค์ทรงไม่เห็น เซี่ยเซียนเซิงร้ายกาจมาก ๆ เลยนะเพคะ…”
เจิ้งฮองเฮานั่งอยู่ด้านข้างด้วยความกระอักกระอ่วน
สวีหมัวมัวเดินเข้ามา “ไทเฮา ฮองเฮา มากันแล้วเพคะ”
เมื่อเสิ่นจื่ออีซึ่งกำลังคุยอย่างสุขีเปรมปรีดิ์ได้ยินเข้าก็หยุดพูด หันหน้าไปทันที
ขบวนมีเซียวซูเป็นผู้นำ พระสหายร่วมศึกษาซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เข้าวังทั้งแปดคนรวมเจียงเสวี่ยหนิง เมื่อเข้าตำหนักมาแล้วต่างไม่กล้าผลีผลามเงยหน้ามองแม้แต่แวบเดียว เมื่อสิ้นเสียงสวีหมัวมัวจึงต่างยอบกายถวายการคารวะอย่างพร้อมเพรียง “หม่อมฉันถวายพระพรไทเฮาถวายพระพรฮองเฮาเพคะ