”
ทุกคนล้วนผ่านการอบรมมารยาทและพิธีการจากหัวหน้ากองซูมาอย่างเข้มงวด มิหนำซ้ำพวกนางยังเข้าเฝั้าสตรีที่มีความสำคัญมากที่สุดในวังหลวงทั้งสองนางเป็นครั้งแรก ต่างไม่กล้ากระทำอย่างขอไปที จึงแทบจะจับผิดอะไรไม่ได้โดยทั่วไปแล้วเมื่อถวายพระพรเสร็จจะถูกเรียกให้ลุก
แต่คิดไม่ถึงว่าเสียงกลั้วหัวเราะที่ดังจากเบื้องบนกลับไม่เหลือบแลแยแสผู้ใด กล่าวมุ่งไปยังเซียวซูที่อยู่ด้านล่างโดยตรง “ซูเอ๋อร์มาแล้ว รีบลุกขึ้นมาให้อาดูหน่อยเร็ว”
ทุกคนต่างตะลึงงัน
เซียวซูทอดถอนใจ ทว่ากลับพูดอะไรไม่ได้นางลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะส่งเสียงรับคำ“ท่านอา”
จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาปีนี้เซียวไทเฮามีพระชนมายุราวสี่สิบห้าสี่สิบหกพรรษา มีโอรสสองและธิดาหนึ่งกับอดีตฮ่องเต้ โอรสคนโตคือเสิ่นหลางฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน โอรสคนรองคือเสิ่นเจี้ยผู้เป็นหลินจืออ๋องในปัจจุบัน ส่วนธิดาคนเล็กก็คือองค์หญิงใหญ่เล่อหยางเสิ่นจื่ออีนั่นเอง
สตรีซึ่งใช้ชีวิตภายในวังอย่างสุขสบายล้วนบำรุงรักษาร่างกายดียิ่งนัก
ด้วยเหตุนี้นางจึงดูไม่แก่ชราสักเท่าใด แม้จะมีริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตา แต่ก็กอปรด้วยเสน่ห์ของสตรีที่ผ่านโลกมาแล้วเท่านั้นถึงจะมียามอมยิ้มมุมปากคล้ายจะมองเห็นนางในวัยสาวได้ นางจับมือเซียวซูเอ่ยว่า “เจ้าเด็กแล้งน้ำใจคราวก่อนเข้าวังมาก็ไม่รู้จักมาหาข้า”เซียวซูตอบ “การเข้าวังครั้งก่อนเป็นเพราะมาเข้ารับการคัดเลือกเป็นพระสหายร่วมศึกษาของจื่ออี หากตอนนั้นม