เปอร์เซียบทที่ 49 ต้นเหตุแห่งเภทภัย (2)เพียงแต่ขณะนี้เจียงเสวี่ยหนิงมิใช่ฮองเฮา ทำให้ไม่สามารถตอกกลับ
สองอาหลานจับมือคุยเรื่องสัพเพเหระอยู่ข้างบนราวกับไม่มีผู้อื่นอยู่ด้วย
เสิ่นจื่ออีมองเสด็จแม่ของตน จากนั้นก็อดมองเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งยังคงคุกเข่าอยู่ข้างล่างไม่ได้คิดจะกล่าวคำ แต่กระนั้นก็รู้จักนิสัยใจคอของเสด็จแม่ดี รู้ว่านางคิดจะแสดงอำนาจบารมีกับสหายร่วมศึกษา จึงไม่สะดวกจะเอ่ยปาก
การคุกเข่าด้วยท่วงท่าอันสง่างามสิ้นเปลืองพลังงานเป็นอันมากเจียงเสวี่ยหนิงรักษากิริยาท่าทางไปได้สักระยะก็ปวดหัวเข่า ด่าทอนางมารเฒ่าในใจไปอีกพันรอบ
ยังดีที่เจิ้งฮองเฮามีจิตเมตตาการุณย์ เห็นว่าดรุณีเบื้องล่างอายุยังน้อย ร่างกายเริ่มทรงตัวไม่อยู่และส่ายโอนเอน ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็หัวเราะเปรยว่า “พอคุณหนูใหญ่เซียวมา ก็ได้เห็นเสด็จแม่ดีพระทัยบ้างเสียที เพียงแต่พวกท่านคุยกันอย่างมีความสุข แม่นางน้อยเหล่านี้ยังคุกเข่าข้างล่างกันอยู่เลยนะเพคะ ดูไปดูมาก็จวนจะล้มอยู่แล้ว”
เซียวไทเฮาซึ่งกำลังคุยกับเซียวซูหยุดการสนทนาทันทีครั้นได้ยินนัยน์ตาก็ฉายบารมีที่ได้ปกครองพระราชฐานชั้นในมานานหลายปี นางกวาดสายตามองเบื้องล่างครั้งหนึ่ง ก่อนจะเบนไปยังเจิ้งฮองเฮา กล่าวด้วยท่าทางกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มว่า“เจ้ากลับรู้จักทำตัวเป็นคนดีนะ”
สีหน้าของเจิ้งฮองเฮาแปรเปลี่ยนในบัดดลลุกขึ้นคิดจะขอขมา
เซียวไทเฮากลับโบกมือให้นางพร้อมหัวเราะจากนั้นก็กล่