ังไม่เคยเอ่ยถึงความสัมพันธ์ของตนกับไทเฮาแม้แต่น้อย คิดว่าคงไม่อยากตกเป็นเปั้าสายตาของผู้อื่นมากจนเกินไปนัก
แต่ถึงกระนั้น…
เรื่องแบบนี้จะไม่เป็นจุดสนใจได้หรือ
จริงดังคาด ครั้นเหยาซีเอ่ยและเซียวซูตอบกลับ สีหน้าของทุกคนก็บังเกิดความเปลี่ยนแปลงหน่อย ๆ
ระหว่างกำลังสนทนา ไม่นานนักก็เข้าใกล้ตำหนักคุนหนิงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่ขณะเดียวกันก็มีเสียงแปลกประหลาดค่อย ๆ ดังกระทบโสตของทุกคน และชัดเจนมากขึ้นเช่นเดียวกัน
เพียะ เพียะ
ครั้งแล้วครั้งเล่า ดังกระจ่างแจ่มชัด
ผู้อื่นต่างมองต้นเสียงอย่างติดจะอยากรู้อยากเห็น ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งชาติก่อนเคยพำนักในวังมานานหลายปีฟังออกทันที นี่คือเสียงตบหน้าคน มิหนำซ้ำยังลงมือหนักหน่วงรุนแรงยิ่งนัก!
เพิ่งจะเดินเลี้ยวผ่านกำแพงวังบริเวณหนึ่งฝีเท้าของเฉินซูอี๋ซึ่งเดินอยู่ด้านหน้าพลันหยุดชะงักเหยาหรงหรงที่เห็นภาพตรงหน้าก็หลุดอุทานเสียงเบาด้วยความตกใจ “ว้าย”
เมื่อเปล่งเสียงออกมาถึงรู้ตัวว่าไม่บังควร รีบปิดปากทันที
บริเวณด้านข้างประตูตำหนักคุนหนิงมีขันทีผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่ หมวกที่สวมบนศีรษะเอียงแล้วร่วงหล่นลงพื้น เพียงเสียบมวยผมด้วยปินไม้เรียบง่ายอันหนึ่ง กำลังยกมือตบหน้าตนครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย!
กับตัวเองยังลงมือหนักถึงเพียงนี้ใบหน้าซึ่งแต่เดิมยังพอนับว่าขาวหมดจดปรากฏรอยนิ้วมือตัดสลับไปมา แม้แต่มุมปากยังปริแตก มีโลหิตไหลซึมหลายสาย
พระสหายร่วมศ