จียงเสวี่ยหนิงมีต่อเซียวไทเฮาในชาติก่อนมีมากกว่าความแค้นต่อเซียวซูมหันต์นัก
บัดนี้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่แล้วยังต้องมาถวายพระพรนางมารเฒ่าคนนี้อีก…
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็เข็ดฟันกราม ต้องขบจนแน่นถึงจะสะกดกลั้นความหุนหันพลันแล่นที่อยากจะเปล่งเสียงด่าทอออกมาได้
เหยาซีซึ่งเดินอยู่เบื้องหน้ายังไม่รู้ว่ามีคนซุกซ่อนความแค้นอันแสนจะล้ำลึกอยู่ด้านหลัง นางเงยศีรษะและย้ายหัวข้อสนทนาไปที่เซียวซูหัวเราะเอ่ยว่า “ข้าโชคดีเคยติดตามท่านพ่อท่านแม่เข้าวัง มีโอกาสได้ไปถวายพระพรแด่ไทเฮาครั้งงานเทศกาลซ่างหยวน[2]เมื่อสองปีก่อน ครั้งนี้ต้องไปเข้าเฝั้าอีกก็ยังรู้สึกประหม่าตื่นเต้นเล็กน้อยอยู่ดี ถึงเวลาพี่หญิงอาซูต้องช่วยข้านะท่านน่ะเป็นถึงหลานสาวที่ไทเฮาทรงรักใคร่มากที่สุด หากประเดี๋ยวพวกเราแสดงมารยาทพิธีขาดตกบกพร่องอันใดจนทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยเข้า ก็ต้องพึ่งท่านช่วยพูดจาให้พวกเราแล้วละ”
รอยยิ้มบนริมฝีปากเซียวซูเบาบางลงเล็กน้อยมองเหยาซีปราดหนึ่ง เพียงตอบกลับว่า “บัดนี้พวกเราเป็นแค่พระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่เท่านั้น ที่ผ่านมาไทเฮาโปรดน้องหญิงอาซีมากเช่นกัน ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก”
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินก็รู้ว่าเซียวซูเข้าใจหลักการไม้ใหญ่ย่อมปะทะลม[3]ดียิ่งนัก
นางเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของไทเฮา นับไปแล้วยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเสิ่นจื่ออีอีกด้วย แต่กลับไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจ เข้าวังมานานขนาดนี้ย