ย่าง ไม่ทันไรก็ใช้หลักแห่งความกตัญูมากดนาง ทำให้นางอยู่อย่างไร้ความสุข
จนต่อมาเซียวซูเข้าวังหลวงและรับพระราชทานยศเป็นกุ้ยเฟย พระราชพิธีก็จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการกว่าคราวพิธีของนางเสียอีกครานี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงระลึกได้ว่านางมารเฒ่าคงอยากสนับสนุนชนรุ่นหลังของตระกูลเดิม โดยจะให้เซียวซูหลานสาวตัวเองได้เป็นฮองเฮา
วังหลังจึงกลายสภาพเป็นสนามรบอันดุเดือด
เจียงเสวี่ยหนิงมีพื้นฐานทางครอบครัวอ่อนด้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ถูกสองอาหลานคู่นี้จัดการ จึงได้แต่ยอมรับทุกคนที่เข้าหาขอเพียงคนผู้นั้นยินดีจงรักภักดี นางก็รับปากว่าจะให้ผลประโยชน์ ทั้งยังอาศัยความสามารถในการจับน้ำเสียงและสีหน้า รู้จักประจบเอาใจคนของตน รวบรวมขุมกำลังมาได้กลุ่มหนึ่งถึงจะพอฝืนอยู่ได้อย่างมั่นคง
ทว่าการใช้งานคนโดยไม่แยกแยะย่อมทำให้ทั้งคนดีและคนชั่วปะปนกัน
ในสายตาของคนนอกและขุนนางราชสำนักผู้มีคุณธรรมและปณิธานสูงส่งคงมองว่านางกำลังรวบรวมสมัครพรรคพวกเป็นของตนอย่างไม่ต้องสงสัย นางจึงเทียบเท่าเนื้อร้ายของราชสำนัก ถึงขั้นถูกคนตำหนิว่าวังหลังก้าวก่ายราชกิจ
กาลต่อมาขณะถูกกลุ่มกบฏของพวกเซี่ยเวยและเยี่ยนหลินกักบริเวณอยู่ภายในวัง ฎีกาจากขุนนางใหญ่ของรัชกาลก่อนที่ต้องการบีบให้ฝังนางไปพร้อมกับเสิ่นเจี้ยปลิวว่อนดั่งหิมะอยู่นานทำให้จุดจบสุดท้ายของนางน่าอเนจอนาถ จะกี่มากน้อยก็เป็นเพราะกรรมตามสนอง
ด้วยเหตุนี้จึงพูดได้ว่าความแค้นที่เ