หยัดเวลากว่า ไม่ต้องให้พระสหายร่วมศึกษาทุกท่านต้องเดินทางสองรอบด้วย เชิญตามบ่าวมาเจ้าค่ะ”
ตำแหน่งของเรือนหยางจื่อค่อนข้างใกล้เขตพระราชฐานชั้นนอก ทว่าตำหนักฉือหนิงกลับอยู่ลึกเข้าไปในเขตพระราชฐานชั้นใน เดินไปก็แทบจะตัดผ่านเกินครึ่งวังหลัง เบื้องหลังกำแพงวังสูงตระหง่านตลอดทางคือเขตหมู่ตำหนักบูรพาและประจิมหกตำหนัก[3]
ตำหนักคุนหนิงอยู่ด้านหลังตำหนักเฉียนชิงและอยู่บริเวณเส้นแนวกึ่งกลางของวังหลวงพอดี
ในบรรดาพระสหายร่วมศึกษาทั้งแปดคนฟางเมี่ยว โหยวเย่ว์ และเหยาหรงหรงต่างไม่เคยเข้าวัง ครั้งก่อนที่มาก็ไม่กล้าเดินเถลไถลไปทั่วพวกนางจึงยังไม่คุ้นเคยกับวังหลวง ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงเปลือกนอกไม่เคยเข้าวัง แต่แท้จริงแล้วนางเป็นผู้ที่กลับมาเกิดใหม่ เพราะฉะนั้นแม้พระราชวังอันใหญ่โตมโหฬารจะสลับซับซ้อนสำหรับนางแล้วต่อให้หลับตาเดินก็ไม่มีวันหลงทาง ด้วยเหตุนี้จึงไม่บังเกิดความสงสัยใคร่รู้
ทว่าโหยวเย่ว์นั้นกดเสียงเบา เอ่ยถามเหยาซีซึ่งเดินอยู่ข้างกายพอดีด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พี่หญิงเหยาซี ข้างหน้าคือตำหนักคุนหนิงใช่หรือไม่?”
เหยาซีมองตามทิศทางที่นิ้วของนางชี้ไป “ใช่แล้ว ฮองเฮาของราชวงศ์เราประทับอยู่ที่ตำหนักคุนหนิง ฮองเฮาองค์ปัจจุบันทรงมาจากตระกูลเจิ้งแห่งมณฑลเหอหนาน เป็นพระชายาพระองค์แรกขณะที่ฝั่าบาทยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาท เพียงแต่ยามปกติทรงเก็บตัว ไม่ค่อยเสด็จออกไปไหน เมื่อก่อนยามพวกเราเข้าวังม