เฉลียวฉลาด…
ขณะเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินสองคำนี้ หางตาก็กระตุก
เหตุใดเซี่ยเวยถึงพูดจาเหมือนนางไม่มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างนั้นล่ะ
นางอยากโต้แย้งกลับไปสักประโยคเหมือนกัน แต่พอจะอ้าปากก็นึกถึงคำพูดและพฤติกรรมของตนเองในวันนี้อย่างถ้วนถี่ นางไม่ได้หน้าหนาจนถึงขนาดบอกว่าตัวเองหยิ่งในศักดิ์ศรีได้จริง ๆ นั่นแหละ
เพราะถึงอย่างไรหากอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยได้ แล้วผู้ใดจะยินดีไปมีเรื่องกับเซี่ยเวยกันเล่า
นางพลันรู้สึกอัดอั้นตันใจ
โชคยังดีที่คล้ายว่าอีกฝั่ายไม่ได้ต้องการสนทนากับนางมากเท่าใดนัก พอพูดจบก็เดินผ่านข้างกายนาง มุ่งตรงออกไปนอกตำหนัก
เจียงเสวี่ยหนิงทอดสายตามองแผ่นหลังเขาจากในตำหนัก
ขณะนี้ไอหมอกสลายไปพอสมควรแล้วแสงตะวันสว่างจ้าสาดส่องและตกกระทบลงมาจากเบื้องบน ยิ่งขับให้บุคลิกสูงส่งดั่งเทพบนสวรรค์ของเซี่ยเวยโดดเด่นยิ่งขึ้น ประหนึ่งเซียนลงมาเยือนโลกมนุษย์ ปราศจากกลิ่นคาวเลือดและความโหดร้ายปั่าเถื่อนเช่นที่นางเคยพบเห็นในชาติก่อน
มิหนำซ้ำ…
เหตุใดนางกลับรู้สึกว่าตอนเซี่ยเวยเอ่ยวาจากับนางเมื่อสักครู่ อีกฝั่ายดูเหมือนจะอารมณ์ดีไม่เลวเลยด้วย
ทั้งที่ยามเอ่ยคำพูดว่า ‘หากไม่อยากเรียน ก็ไปได้’ กับเฉินซูอี๋ เขายังมีทีท่าอารมณ์เสียมากอยู่เลย นางเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปเจอเรื่องอะไรมา ไม่เช่นนั้นเซี่ยจวีอันผู้ที่มักกระทำการใดด้วยความใส่ใจและปราศจากข้อผิดพลาดย่อมไม่ถึงขั้นพูดจาเช่นนี้ออกมาเด็ดขาด
ครั้นนึกถึง