ตรงนี้ เจียงเสวี่ยหนิงก็รู้สึกกระสับกระส่ายไปทั้งร่าง อย่าบอกนะว่าคำพูดประจบสอพลอของนางเอาใจเซี่ยเวยได้สำเร็จ!หากง่ายดายปานนั้นแล้วละก็ นางซึ่งพยายามทุกวิถีทางก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในชาติที่แล้วจะนับว่าเป็นผู้ล้มเหลวมากเพียงใดกัน…
“หนิงหนิง ยังไม่ไปอีกหรือ?”
ขณะนั้นเองก็มีเสียงร้องเรียกดังมาจากนอกตำหนัก
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงได้สติและหันหน้ากลับไปก็มองเห็นเสิ่นจื่ออีซึ่งจากไปแล้วย้อนกลับมาใหม่กำลังชะโงกศีรษะเข้ามามองจากนอกตำหนัก คิดว่าเป็นเพราะพวกนางออกไปปลอบใจเฉินซูอี๋ก่อน แต่เห็นว่านางไม่ได้ตามไปด้วยจึงวกกลับมาหา
พลันเกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาเล็กน้อย
นางตอบไปว่า “จะไปเดี๋ยวนี้แหละเพคะ”
เสิ่นจื่ออีรอให้นางออกมาแล้วก็พูดกดเสียงเบาว่า “บ้านซูอี๋เข้มงวดกวดขันมาก ใต้เท้าเฉินเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นถึงได้เป็นเช่นนี้ เจ้าก็เหลือเกิน โง่หรืออย่างไร ต่อให้ใจคิดแบบนั้นจริงก็ไม่อาจพูดออกมาต่อหน้าทุกคนได้นะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็คิดไม่ถึงว่าตนจะพูดออกมาเช่นกัน
นางไม่สะดวกจะอธิบาย ได้แต่ยอมรับ“หม่อมฉันมุทะลุเกินไป ครั้งหน้าจะระวังแน่นอนเพคะ”
เสิ่นจื่ออีได้ยินน้ำเสียงนางแฝงความกลัดกลุ้มหน่อย ๆ ใจก็กระตุกวูบคราหนึ่ง รีบปลอบใจว่า“เฮ้อ เจ้าเองก็อย่าคิดมากเลยนะ ที่จริงแล้วซูอี๋นิสัยไม่เลว ไม่เคยอารมณ์เสียโดยง่าย เห็นแก่หน้าข้าย่อมไม่มีทางถือสาหาความเจ้าแน่นอน”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดในใจว่าก็ไม่แน่หรอก
แ