า ‘เรียน’ มีความสำคัญมากเพียงใด อย่างที่ว่ากันไว้ว่า ‘ในตำราย่อมมีห้องทองคำ’ และที่ว่ากันว่า ‘เวลามีค่าดั่งทองคำ’ โอกาสที่จะได้รับฟังการบรรยายจากบัณฑิตผู้ทรงภูมิในแผ่นดินมีไม่มากนัก พวกเจ้าสมควรทะนุถนอมมันไว้ถึงจะถูก ทั้งยังหวังว่าภายภาคหน้าจะขจัดความจองหองอวดดีและความวู่วามไปเสีย ขอกล่าวคำพูดไม่น่าฟังไว้ล่วงหน้า หากพวกเจ้านำนิสัยเอาแต่ใจของสตรีที่ใช้ภายในจวนมาใช้ที่นี่ ข้าจะไม่มีวันยอมทนแน่นอน”
เจียงเสวี่ยหนิงลอบถอนหายใจยาว ‘พูดจบเสียที!’
ชาติก่อนนางไม่ชอบนั่งฟังการบรรยายที่นี่จะมาโทษว่านางไม่รักความก้าวหน้า ไม่ใฝั่เรียนรู้เพียงฝั่ายเดียวไม่ได้จริง ๆ บัณฑิตชราพวกนี้วางก้ามเต็มที่ เวลาบรรยายก็ไม่ชอบพูดภาษาคนและไม่สนใจด้วยว่านางจะฟังเข้าใจหรือยินดีจะฟังหรือไม่ ทำให้คนหมดความอดทน
วันนี้หากเซี่ยเวยไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ เกรงว่านางคงคว่ำโต๊ะเดินจากไปตั้งนานแล้ว
และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นคือ…
ตอนนี้แค่ครึ่งชั่วยามน่ะช่างเถอะ แต่หลังจากนี้ วันคืนที่เหมือนฝึกอยู่ในนรกยังต้องดำเนินไปอีกตั้งครึ่งปี!
เจียงเสวี่ยหนิงเริ่มรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาบ้างแล้ว
เซียวซูและเฉินซูอี๋ที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเช่นกัน
ส่วนเสิ่นจื่ออีตรงกลาง หลังจากจางจ้งบรรยายจบก็ยิ่งแอบเอามือปั้องปากหาวคำโต
กลับเป็นเซียนเซิงที่สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน บ้างก็นั่งสงบนิ่ง บ้างก็นั่งครุ่นคิด บ้างก็หลับตาพักผ่อน ไม่รู้สึ