ป็นเพราะการขัดขวางและการโน้มน้าวของตน เหยาซีจึงไม่ได้ใช้วิธีการต่ำช้าใส่ความจางเจอด้วยการมอบสมญานามว่าเป็นคนมีดวงกินภรรยาให้เขา หากพิจารณาในฟากของจางเจอที่ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ สมมติว่าหลังจากเหยาซีได้รับจดหมายถอนหมั้นจากเขาแล้วไม่เพียงไม่รังเกียจ ทั้งยังต้องการแต่งงานกับเขาอีกเช่นนั้นหากมองจากมุมมองของจางเจอ เหยาซีควรเป็นคนเช่นไร
ไม่ต้องคิดก็รู้
ชาติกำเนิดสูงส่งแต่กลับยอมลดตัวมายังตระกูลยากจน เห็นใจกันยามยากโดยไม่ซ้ำเติมไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ มิหนำซ้ำยังรักษาสัจจะอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็เป็นสตรีที่ดีงามยิ่งนัก
จางเจอคงตกลงสินะ
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ว่าเหยาซีเป็นคนเช่นไร นางจึงคิดว่าจางเจอไม่ควรสู่ขอคนผู้นี้
แต่นางไม่มีคุณสมบัติจะทำอะไรได้อีกแล้ว
ที่สั่งสอนโหยวเย่ว์และตักเตือนเหยาซีไปก่อนหน้านี้ เป็นเพราะทนดูจางเจอถูกคนทำลายชื่อเสียงอันดีงามไม่ได้ บัดนี้เหยาซียินดีจะออกเรือน ใต้หล้านี้ทุกคนล้วนตำหนิติเตียนและคัดค้านเรื่องนี้ได้ มีเพียงนางที่ทำไม่ได้ และไม่มีสิทธิ์ด้วย…
นั่นเพราะนางมีใจให้จางเจอ
หากไปทำลายงานมงคลนี้ นางย่อมไม่กล้าพูดโดยไร้ความละอายใจว่า ที่กระทำไปเพียงเพราะรับนิสัยของเหยาซีไม่ได้อย่างแน่นอน
——————
ภายในตำหนักเฟิงเฉินยามเช้าตรู่ เหล่าข้าราชบริพารภายในวังหลวงซึ่งทำหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้ต่างจัดเก็บโต๊ะเรียนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมาตั้งแต่แรก มีโต๊ะจำนวนเก้าตัว เรียงเป็