นสามแถวแถวละสามตัวจากหน้าไปหลัง โต๊ะตัวกลางของแถวแรกเป็นโต๊ะไม้จันทน์แกะสลักทาน้ำยาเคลือบเงา เก้าอี้ด้านหลังปูเบาะผ้าแพรสีแดงทอง มองแวบเดียวก็รู้ว่าต่างจากโต๊ะตัวอื่นกระทั่งสี่สิ่งล้ำค่าในห้องทรงพระอักษรที่จัดวางบนนั้นก็ยิ่งสูงค่า
ชัดเจนว่านี่คือตำแหน่งที่นั่งขององค์หญิงใหญ่เล่อหยางเสิ่นจื่ออี
ทุกคนเดินเข้ามาจากภายนอก เพียงมองก็รู้ถึงความพิเศษของตำแหน่งนี้ ต่างนั่งตรงตำแหน่งอื่นอย่างรู้ตัว ที่นั่งส่วนใหญ่จะคล้ายตอนพวกตนมาเยือนตำหนักเฟิงเฉินเป็นครั้งแรก
เจียงเสวี่ยหนิงเลือกตำแหน่งริมหน้าต่างบริเวณหัวมุมโดยแทบไม่ลังเล
เป็นตำแหน่งที่นางนั่งเมื่อครั้งแรกนั่นเอง
ถึงแม้จะเปิดหน้าต่างและมีแสงแดดสาดส่องเข้ามา แต่หากเทียบกับสองแถวหน้า บริเวณนี้ยังคงเป็นสถานที่ที่เหล่าเซียนเซิงทั้งหลายสังเกตเห็นได้ยากที่สุดอยู่ดี…ต่อจากนี้ต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีเต็ม นางไม่อยากเลือกที่นั่งแถวหน้าและนั่งตรงหน้าเซี่ยเวย
เห็นชัดว่าเซียวซูและเฉินซูอี๋มั่นใจเรื่องความรู้และชาติกำเนิดของตน ทยอยเลือกนั่งตรงตำแหน่งซ้ายและขวาขององค์หญิงใหญ่ เหยาซีเลือกนั่งกึ่งกลางของแถวที่สอง อยู่ด้านหลังเสิ่นจื่ออีพอดิบพอดี ส่วนซ้ายและขวาแบ่งเป็นฟางเมี่ยวและโจวเปั่าอิง ดังนั้นแถวสุดท้ายเมื่อเรียงจากซ้ายไปขวาจึงเหลือเพียงโหยวเย่ว์ เหยาหรงหรง และเจียงเสวี่ยหนิง
วันนี้ถือว่าเป็นวันที่เสิ่นจื่ออีมาตำหนักเฟิงเฉินอย่างเป็นทางการครั้งแรก
หล