ทีประหลาดใจเหลือแสนทันที “เป็นไปไม่ได้น่า องค์หญิงใหญ่ทรงดีต่อคุณหนูรองเจียงมากเป็นพิเศษเยี่ยงนั้นแต่เจ้ากลับ…กลับไม่ได้เตรียมแม้กระทั่งของขวัญ…”
จงใจไม่เอ่ยส่วนที่เหลือ ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดอันแสนชั่วร้ายเลยด้วยซ้ำ
สีหน้ายามผู้อื่นมองเจียงเสวี่ยหนิงออกจะแปลกประหลาดอยู่บ้าง เดิมทีพวกนางควรเห็นใจ แต่ผู้ที่ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษจากองค์หญิงใหญ่ ไหนเลยจะถึงคราวให้พวกนางเห็นใจได้
ยามนี้ทุกคนต่างมองดูโดยไม่เปล่งเสียงสักแอะเดียว
พวกนางคิดในใจว่า ต่อให้องค์หญิงใหญ่โปรดเจียงเสวี่ยหนิงอีกสักเพียงใด แต่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกเปรียบเทียบกันอย่างรุนแรงเช่นนี้ คงจะทรงทราบว่านางหาได้ใส่ใจพระองค์มากขนาดนั้นไม่ ถึงอย่างไรก็ต้องไม่พอพระทัยแน่
พวกนางคาดเดาไม่ผิด ชั่วขณะที่เสิ่นจื่ออีได้ยินว่าเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้เตรียมของขวัญมาก็รู้สึกผิดหวังจนพูดไม่ออกจริง ๆ กระทั่งยังรู้สึกเสียใจอีกด้วย คิดว่าในขณะที่ผู้อื่นยังนึกออกว่าต้องเตรียมของขวัญให้ แล้วเจียงเสวี่ยหนิงที่ตัวเองทำดีต่อนางถึงเพียงนี้เล่า เหตุใดกลับคิดไม่ได้กัน?
แต่อึดใจต่อมาก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงก้มหน้าก้มตา
ทั้งไม่แก้ตัว ทั้งไม่อธิบายเจียงเสวี่ยหนิงมีรูปโฉมพริ้มเพราเป็นทุนเดิมยามนี้หางตาและคิ้วขยับเล็กน้อย กระเพื่อมไหวดั่งปลายกิ่งไม้ต้องน้ำค้าง คอระหงที่ก้มต่ำก็ทำให้คนใจอ่อนยวบ ถึงขั้นอดรู้สึกปวดใจไม่ได้ด้วยซ้ำ
เสิ่นจื่ออีนึกถึงสิ่งที