ที่นั่งไม่ขยับเขยื้อน ทั้งยังก้มหน้าลงต่ำ
แล้วจะไม่ให้นางกุมจุดอ่อนได้หรือ
เมื่อได้รับการสั่งสอนคราวก่อน นางเรียนรู้ที่จะไม่เป็นปฏิปักษ์กับเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งหน้าแล้วเพียงทำท่าสงสัยใคร่รู้ ตะเบ็งเสียงหัวเราะกล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าทุกคนจะใจตรงกัน ต่างนำของขวัญมาถวายองค์หญิงใหญ่ แม้สิ่งของจะแตกต่าง ทว่าแต่ละคนมีความแปลกใหม่เพียงแต่ข้าเห็นคุณหนูรองเจียงนั่งอยู่ด้านข้างไม่พูดไม่จา หรือว่าจะเตรียมของขวัญพิเศษอะไรมาอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อโหยวเย่ว์พูดเช่นนี้ ความสนใจซึ่งถูกเบี่ยงเบนไปก่อนหน้าก็กลับมาสู่ร่างเจียงเสวี่ยหนิงอีกหน
แม้แต่เสิ่นจื่ออียังหันศีรษะกลับมา มองเจียงเสวี่ยหนิงด้วยแววตาระยิบระยับเป็นสายตาที่สื่อความคาดหวังชัดเจนว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะมอบความตื่นเต้นยินดีให้
ตอนนี้เจียงเสวี่ยหนิงอยากโผไปฉีกทึ้งปากเน่าเหม็นที่คอยก่อเรื่องของโหยวเย่ว์เสียจริง แต่เมื่อหันสบดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยความความหวังของเสิ่นจื่ออีก็รู้สึกอับจนปัญญา
นางไม่ได้เตรียมสิ่งใดมาจริง ๆ
หรือจะให้นางปลดหยกประดับเอวที่พกติดตัวมาหลอกพอเป็นพิธีส่งเดช
เจียงเสวี่ยหนิงทำไม่ลงนางหลุบตาเล็กน้อย ไม่สบตาเสิ่นจื่ออี ถอนหายใจทีหนึ่งแล้วตอบว่า “หม่อมฉันไม่ได้เตรียมของขวัญมาเพคะ”
ครั้นเซียวซูซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าได้ยินคำกล่าวนี้ก็พลันเลิกคิ้วพลางยิ้มหยันเงียบ ๆ คราหนึ่ง
ส่วนโหยวเย่ว์ยิ่งเผยรอยยิ้มว่าแผนการประสบความสำเร็จ ปิดปากแสดงท่า