เซียวซูเป็นผู้มีสถานะสูงส่งมากที่สุดในนั้นมิหนำซ้ำเดิมทีก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับเหยาซีถามไถ่นางอยู่ครึ่งค่อนวัน เห็นนางเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมตอบคำถาม หัวคิ้วก็ขมวดแน่นอีกเล็กน้อย
นางจึงเลิกถาม หยิบกระดาษจดหมายใต้แขนเหยาซีขึ้นมาทันที
พออ่านจบก็กระจ่างแจ้ง
เห็นได้ชัดว่าจดหมายฉบับนี้ไม่ได้เขียนถึงเหยาซี แต่เขียนให้เหยาชิ่งอวี๋ อำมาตย์ขององค์รัชทายาทซึ่งเป็นบิดาของเหยาซีครั้นอำมาตย์เหยาอ่านจบก็ส่งจดหมายฉบับนี้ให้เหยาซีอ่าน
แต่นอกจากจดหมายฉบับนี้ก็ปราศจากถ้อยคำอื่นใดอีก ไม่ได้ระบุไว้ว่าส่งจดหมายฉบับนี้มาเพื่ออะไร
“จางเจอผู้นี้กลับเป็นบุคคลอันยอดเยี่ยมผู้หนึ่ง…”
เซียวซูอ่านจดหมายเสร็จก็เอ่ยพึมพำ
อันที่จริงนางเป็นคนนิสัยแข็งกร้าวชอบเอาชนะ ทนฟังคนร้องไห้ไม่ได้ นางจึงพูดกับเหยาซีว่า “อย่าร้องเลย ยังกลัวขายหน้าไม่พออีกหรือ?”
เสียงร้องไห้ของเหยาซีเบาลงเล็กน้อย
เซียวซูจึงได้ถามว่า “หลายวันก่อนเจ้าเพิ่งจะบอกว่าไม่อยากได้งานมงคลนี้อยู่เลย บัดนี้จางเจอเป็นฝั่ายเขียนจดหมายขอถอนหมั้นด้วยตนเอง ไม่ต้องให้เจ้าครุ่นคิดหาวิธีการให้วุ่นวายยังไม่ดีอีกหรือ?”
เหยาซีซุกใบหน้า ไม่มีผู้ใดเห็นสีหน้านางชัดเจน
แต่เสียงร้องไห้ที่แอบกลั้นเอาไว้จนเบาลงไปเมื่อครู่กลับค่อย ๆ ควบคุมไม่อยู่
เซียวซูและเฉินซูอี๋สบตากัน รู้ว่าเรื่องแบบนี้ไม่เหมาะจะพูดต่อหน้าธารกำนัล นอกจากนี้ยังคาดเดาความในใจของเหยาซีได้เล็กน้อยด้วยดังนั้