ไม่ได้เลยสักนิด
ทั้งยังเห็นเพียงตัวอักษรที่อยู่ด้านบนเท่านั้นเอง
หรือว่าตนจะความจำไม่ดี เมื่อครู่คำนวณฮวงจุ้ยจนใจลอยและไม่ได้ยินเรื่องสำคัญอย่างนั้นหรือ
ฟางเมี่ยวเกาศีรษะอีกครั้ง เมื่อคิดหาสาเหตุไม่พบก็ทิ้งความสงสัยนี้ไปทันที เดินเข้าห้องตัวเองอีกครั้ง
———–
วันนี้ผู้มาถึงเรือนหยางจื่อเป็นคนสุดท้ายคือโหยวเย่ว์
ว่ากันว่าเกิดเรื่องที่จวนจนทำให้ล่าช้า นางเข้าวังหลวงก่อนประตูวังจะลั่นดาลลงกลอนทันฉิวเฉียด
ขณะนี้เหยาซีสนทนากับเซียวซูและเฉินซูอี๋เสร็จเรียบร้อย อารมณ์สงบลงแล้วเช่นกันนอกจากเบ้าตาจะแดงไปสักหน่อยก็ไม่พบความผิดปกติอันใด
ก่อนหน้านี้โหยวเย่ว์เคยเสนอแผนการถอนหมั้นจางเจอกับเหยาซี แม้จะถูกเจียงเสวี่ยหนิงจับกดอ่างเลี้ยงปลาเพราะเหตุนี้ แต่ก็ทำให้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเหยาซีมากขึ้นเป็นธรรมดา
คืนนี้พอมาถึงจึงคิดจะนั่งสนทนาข้างกายเหยาซีเหมือนเช่นที่เคยทำ
นึกไม่ถึงว่าเหยาซีกลับคล้ายเปลี่ยนเป็นคนละคน แม้ยังสนทนากับนางดังเดิม ทว่าท่าทีเย็นชากว่าการเข้าวังหลวงครั้งก่อนไม่รู้ตั้งเท่าไร ทำให้โหยวเย่ว์รู้สึกเหมือนศีรษะโขกกำแพงทองแดงผนังเหล็กกล้าโดยไม่ทันได้ระวังปั้องกันแม้แต่น้อย พลันรู้สึกว่าจะยืนก็ใช่ที่ จะนั่งก็ใช่ที่ จะหัวเราะก็ใช่ที่ จะสะบัดหน้าหนียิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ จำต้องนั่งหนีบหางอยู่ด้านข้างด้วยความประดักประเดิดเท่านั้น
ราตรีนั้นองค์หญิงใหญ่เล่อหยางเสิ่นจื่ออีส่งคนมาประทานสิ่งของจำ