ดเช่นเดียวกับนาง คนนอกแบบพวกเราเห็นความสูงส่งของบุคลิกและนิสัยใจคอของจางเจอจากจดหมายฉบับนี้ได้ เหยาซีก็ไม่ได้โง่เหมือนกัน แล้วจะดูไม่ออกได้อย่างไร? การที่อำมาตย์เหยายังไม่ตอบจดหมายกลับ แต่ส่งจดหมายมาให้บุตรีของตนเองอ่านแทนเช่นนี้ คิดว่าคงอยากให้นางลองพิจารณาดูอีกครั้ง”ฟางเมี่ยวได้ยินแล้วก็ตาโตอ้าปากค้าง ผ่านไปเนิ่นนานถึงค่อย ๆ ได้สติคืนกลับมา “คุณหนูรองคงไม่คิดจะบอกว่าที่เหยาซีร้องไห้เป็นเพราะนาง…นางเห็นจดหมายฉบับนี้แล้วเกิดเปลี่ยนความคิด ตอนนี้อยากจะแต่งงานกับจางเจอแล้วหรอกนะ?!”
เจียงเสวี่ยหนิงมาถึงประตูห้องตนแล้ว
นางหยุดฝีเท้า เคลื่อนสายตาลงมองเงามืดบริเวณรอยแยกของบานประตูทั้งสองบาน เพียงเอ่ยว่า “ใครจะไปรู้ล่ะ?”
กล่าวจบนางก็ผลักประตูเดินเข้าไป แล้วปิดประตูตามโดยไม่สนใจว่าฟางเมี่ยวที่อยู่ด้านนอกจะมีสีหน้าเช่นไร
ฟางเมี่ยวยืนอยู่นอกประตูห้อง ไม่ได้ถือสาหาความอะไรนัก ครั้นหวนนึกถึงคำพูดที่เจียงเสวี่ยหนิงบอกกล่าวเมื่อครู่ นางก็บังเกิดความสงสัยใคร่รู้อย่างยิ่งว่าตอนนี้เหยาซี เซียวซู และเฉินซูอี๋จะกำลังคุยอะไรกันอยู่
จากนั้นก็หมุนกายคิดจะกลับห้องของตนเอง
เพียงแต่เมื่อเดินออกไปได้ไม่ถึงสองก้าวทันใดนั้นนางก็เปล่งเสียงร้อง “เอ๊ะ” ออกมาคราหนึ่ง หันศีรษะกลับไปมองบานประตูห้องที่ปิดสนิทของเจียงเสวี่ยหนิงพลางอดพึมพำไม่ได้“เมื่อกี้พวกนางพูดว่าจดหมายฉบับนั้นเขียนโดยจางเจอด้วยหรือ?”
เหตุใดนางถึงจำ