งก็ซักถามไม่ได้เช่นกัน
ในเมื่อเข้าวังมาแล้ว ทั้งยังต้องอยู่อีกครึ่งปีย่อมไม่อาจไร้สหายสักคนเช่นกาลก่อน
ฟางเมี่ยวทั้งเพี้ยนและพิลึก มีวิธีการเอาตัวรอดเป็นของตัวเอง ชาติที่แล้วเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่คนที่อยู่รอดปลอดภัยโดยไม่ได้รับผลกระทบอะไร ถึงแม้จะทำตัวประจบประแจงผู้มีอิทธิพลไปสักหน่อย แต่จิตใจก็ไม่ได้เลวร้ายนัก
เจียงเสวี่ยหนิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวระคนยิ้ม “เจ้าคิดว่าเหตุใดอำมาตย์เหยาถึงส่งจดหมายมา?”ฟางเมี่ยว “ไม่ใช่เพื่อให้เหยาซีอ่านหรอกหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “นั่นเป็นจดหมายที่เขียนถึงอำมาตย์เหยา ทั้งยังมาจากบุรุษผู้หนึ่ง การส่งต่อให้คุณหนูที่อยู่แต่ในเรือนอ่าน ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เหมาะสมไม่ใช่หรือ? อีกอย่าง หากแค่ต้องการให้นางรู้เรื่องที่จางเจอมาถอนหมั้น แค่เขียนจดหมายแจ้งมาใหม่ก็ได้แล้วนี่นา เหตุใดต้องมอบแม้กระทั่งจดหมายของเจ้าตัวด้วยเล่า?”
ฟางเมี่ยวกะพริบตา รู้สึกงงงัน
นางอดเกาศีรษะไม่ได้ “ความหมายของคุณหนูรองเจียงคือ?”เจียงเสวี่ยหนิงหลุบตา รอยยิ้มบริเวณริมฝีปากค่อย ๆ เลือนหาย กล่าวเรียบ ๆ ว่า“จดหมายฉบับนี้น่าจะเพิ่งส่งถึงมืออำมาตย์เหยาไม่นานนัก อำมาตย์เหยายังไม่ทันตอบกลับ ด้านจางเจอเกิดในครอบครัวยากจน แต่กลับได้รับข้อเสนอการเกี่ยวดองนี้จากอำมาตย์เหยา แค่คิดก็รู้แล้วว่าอำมาตย์เหยาคงชื่นชมบุคลิกและนิสัยใจคอของจางเจอเพียงใด ที่เหยาซีอยากถอนหมั้น เห็นชัดว่าอำมาตย์เหยาไม่คิ