้องให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ สำหรับพู่กัน หมึก และตำราที่ต้องใช้ทางวังหลวงเตรียมให้พร้อมสรรพแล้ววางอยู่บนชั้นวางตำราที่ตำหนักเฟิงเฉิน ทว่าพิณนั้นพระสหายร่วมศึกษาทุกท่านต้องนำมาด้วยตนเอง พรุ่งนี้เซียนเซิงทั้งหลายจะทยอยมายังตำหนักทีละคนเพื่ออธิบายพวกท่านว่าต้องเรียนสิ่งใดและเรียนอย่างไรก่อน องค์หญิงใหญ่ก็จะเสด็จมาด้วยเช่นกัน หวังว่าช่วงเวลาต่อจากนี้พระสหายทุกท่านจะร่วมใฝั่หาความรู้ เคารพครูบาอาจารย์และวิชาความรู้ร่วมกับองค์หญิงใหญ่ จะได้ไม่ผิดต่อพระมหากรุณาธิคุณของฝั่าบาท”
ทุกคนต่างจดจำใส่ใจทุกประการ
ครั้นหัวหน้ากองซูจากไปแล้ว ต่างก็เริ่มคาดเดาว่าที่แท้พรุ่งนี้จะได้เรียนอะไรและเหล่าเซียนเซิงจะเป็นเช่นไรด้วยความตื่นเต้นอย่างอดไม่ได้เต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามเจียงเสวี่ยหนิงกลับไม่ยินดีแม้แต่น้อย
ขอเพียงนึกถึงการเข้าเรียน นึกถึงเซี่ยเวย นึกถึงการเรียนพิณ นางก็พลันรู้สึกว่านิ้วมือทั้งสิบของตนปวดตุบ ๆ แล้ว อยากจะออกจากวังไปเดี๋ยวนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด
ทว่าเช้าวันต่อมาก็ไม่อาจตื่นสายได้อยู่ดี
เมื่อล้างหน้าล้างตาบ้วนปากเสร็จ นางหอบพิณเดินออกจากห้องเพื่อมารวมตัวกับทุกคนจากนั้นก็ร่วมเดินทางไปยังตำหนักเฟิงเฉิน
ทุกคนต่างรู้ว่าเซี่ยเวยเป็นผู้สอนพิณช่วงเวลาที่ออกจากวังและกลับบ้านนั้น แต่ละคนลงทุนลงแรงไปกับการเลือกเฟั้นพิณหนักหนาทีเดียว พิณที่นำมาหากไม่ได้ประดิษฐ์โดยช่างทำพิณที่พอ