ำรามาตั้งมากมาย คงเป็นตำราที่มีอยู่เพียงเล่มเดียวซึ่งหาได้ยากบนโลกนี้ใช่หรือไม่?”
ครั้งนี้เซียวซูและเฉินซูอี๋สองคนยังคงมาด้วยกัน นั่งตรงตำแหน่งริมหน้าต่างภายในห้องฟางเมี่ยวซึ่งมาแต่เช้าเหมือนกันกลับทนอยู่ว่างไม่ได้ เดินไปเดินมา ปรับทิศทางสิ่งของประดับตกแต่งไปทั่วห้อง บอกว่าอยากลองเปลี่ยนฮวงจุ้ยให้ทุกคนดู ส่วนโจวเปั่าอิงซึ่งมีใบหน้าแดงปลั่งและอายุน้อยที่สุดกลับหาวฟุบอยู่บนโต๊ะ ท่าทางง่วงเหงาหาวนอน
เซียวซูอดถามนางไม่ได้ “เปั่าอิง เหตุใดเจ้าถึงดูง่วงขนาดนี้เล่า?”โจวเปั่าอิงเบะปากด้วยท่าทางเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมยิ่งนัก “หลังจากออกจากวังเพื่อกลับบ้านครั้งก่อน ท่านพ่อกลับบอกว่าตอนอยู่ในวังข้าไม่รู้จักทำตัวให้อยู่ในระเบียบแบบแผนเรียนรู้อะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เดิมทีคิดจะซื้อขนมจากร้านซิ่งฟางมาให้ข้า คราวนี้หมดกันแล้ว…”
“…”
ที่แท้ก็เพราะเรื่องของกิน
เซียวซูสะอึกเพราะคำตอบนี้ของนาง ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าช่วงเวลาต่อมา จมูกน้อยๆ ของโจวเปั่าอิงกลับสูดฟุดฟิดไปทั่วราวกับแมวได้กลิ่นคาวปลา ยกศีรษะขึ้นมาจากโต๊ะทันทีดวงตาที่กำลังปรืออยู่ก็เบิกโพลงเช่นกัน “มีของกิน มีของกิน!”
มิหนำซ้ำกลิ่นอันหอมหวนนี้ต้องเป็นของที่อร่อยมาก ๆ อย่างแน่นอน
ด้วยประสบการณ์ที่มีมานานหลายปี โจวเปั่าอิงจึงได้กลิ่นหอมของอาหารเลิศรสอย่างง่ายดายพลันกระเด้งขึ้นมาจากที่นั่งของตนแล้วไปมองดูตรงประตู ส่งเสียงร้องด้