วยความตื่นเต้นยินดี“หวา พี่หญิงเล็กเหยาเอาของกินมาด้วยละ!”
เนื่องจากในบรรดาสตรีที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพระสหายร่วมศึกษาคราวนี้มีแซ่เหยาอยู่สองคน คนหนึ่งคือเหยาหรงหรงบุตรีของเหยาตูผิงผู้เป็นราชบัณฑิตฝั่ายบรรยายเนื้อหาประวัติศาสตร์ประจำสภาฮั่นหลิน ส่วนอีกคนหนึ่งคือเหยาซีบุตรีของเหยาชิ่งอวี๋หรืออำมาตย์เหยาผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมคลัง
หากเรียกขานเป็น ‘คุณหนูเหยา’ ทั้งหมดก็ยากจะจำแนกออก
เพราะฉะนั้นทุกคนจึงเรียกขานเหยาซีว่า‘คุณหนูใหญ่เหยา’ และเรียกขานเหยาหรงหรงว่า ‘คุณหนูเล็กเหยา’ ตามอายุของพวกนาง
ยามนี้ผู้ที่ยกกล่องใส่อาหารเดินเข้ามาจากภายนอกคือเหยาหรงหรง นางถือกำเนิดในตระกูลขุนนางขนาดเล็ก ทำให้ค่อนข้างรู้จักระมัดระวังตัวยามอยู่ภายในวังหลวง คิดไม่ถึงว่าจะมีคนโผออกมาจากในห้องจนเกือบทำเอาผงะ
เมื่อเห็นว่าเป็นโจวเปั่าอิงถึงได้ส่งกล่องอาหารไปเบื้องหน้า
นางเอ่ยว่า “นี่คือขนมแผ่นท้อที่ข้าทำเองตอนกลับบ้าน เนื่องจากนึกถึงการดูแลที่พี่หญิงทั้งหลายและเปั่าอิงมีต่อหรงหรง จึงนำมาเพื่อแสดงน้ำใจเล็กน้อย หวังว่าจะให้ทุกคนได้ลองชิมกัน”
“นางเอามาให้พวกเรากินละ!”
โจวเปั่าอิงเพิ่งได้กลิ่นหอมหวานที่ส่งผ่านออกมาเล็กน้อยก็อดน้ำลายสอไม่ได้แล้ว ครั้นได้ยินเหยาหรงหรงกล่าว รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันสว่างไสว แทบจะยื่นมือออกไปทันที
“งั้นให้ข้าชิมก่อนนะ!”
ขนมแผ่นท้อทำมาจากข้าวเหนียว เมล็ดลูกท้อ และน้ำตาล หั่นให้เป็นแผ