วังหลวงอย่างมีความสุขขึ้นบ้างโดยเฉพาะจากเหตุการณ์วุ่นวายในวังหลวงเมื่อหลายวันก่อน เหมือนนางจะกลายเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์แย่ที่สุด ทำให้คนเกลียดขี้หน้าที่สุดโดยไม่รู้ตัวไปเสียแล้วโจวอิ๋นจืออันตรายเกินไป
ที่ใช้งานเขาก่อนหน้านี้เพราะเหตุจำเป็นอย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องระมัดระวังสักหน่อย
ทว่านอกจากคนผู้นี้แล้ว ยังมีใครที่จะใช้งานได้อีก
“เฮ้อ…”
คิดจนหัวสมองพองโตแล้วจริง ๆ
เจียงเสวี่ยหนิงมองฟั้าหลังฝนซึ่งนอกจากจะไม่แจ่มใสแล้วยังทวีความมืดครึ้มของต้นฤดูเหมันต์ขึ้นมาหลายส่วน ถอนหายใจยาวเฮือกหนึ่ง
“ไม่รู้ว่าโหยวฟางอิ๋นทางนั้นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว…”
—————–
โหยวฟางอิ๋นจัดการไปพอสมควรแล้วเพียงแต่ยังไม่ค่อยแน่ใจอยู่บ้าง
เมื่อวานหลังกลับมาจากเรือนเจียงเสวี่ยหนิงระหว่างทางนางอ้อมไปดูสี่ว์เหวินอี้สักหน่อย ครั้งนี้นางไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องเกลือบ่อและเครื่องขุดบ่อแห่งดินแดนสู่แม้แต่น้อย นั่งอยู่สองเค่อแล้วก็จากไป…
แท้จริงแล้วนางก็ไม่ได้มีธุระอะไรให้ต้องมาหาสี่ว์เหวินอี้ แต่เป็นเพราะเจียงเสวี่ยหนิงสั่งให้ทำเช่นนี้
บอกว่าคือ ‘จงใจวางกับดักลวง’ อะไรนี่แหละ
ตอนนี้เวลานี้นางมองตัวอักษรที่โย้ไปเย้มาจากฝีพู่กันของตน แต่นิ้วมือกลับอดสั่นระริกไม่ได้ มิหนำซ้ำยังใจเต้นรัวมากขึ้นเล็กน้อย เมื่อวานนางได้ยินคำพูดของคุณหนูรองทั้งหมดบังเกิดความคิดจะแก้แค้นโหยวเย่ว์อยู่ในใจอยากให้คนผู้นี้ได้รับความทุกข์จากคำพูดและพฤติกรร