มของตนบ้างเหลือเกิน แต่เนื่องด้วยโหยวฟางอิ๋นโตจนปั่านนี้แล้วก็ยังไม่เคยทำร้ายผู้ใดจากใจจริงมาก่อน ทำให้แม้จะวางแผนการเอาไว้เรียบร้อย ทว่าขณะที่ต้องลงมือทำจริงกลับอดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้
“นางอยู่ในห้อง?”
ระหว่างนางกำลังลังเลและกระสับกระส่ายทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบและสับสน รวมถึงเสียงไต่ถามแฝงการดูแคลนดังมาจากภายนอก
ข้างนอกมีคนตอบทันที “อยู่เจ้าค่ะ”
เสียงเจื้อยแจ้วนั้นพลันเอ่ยออกมาว่า “ไป เข้าไปดูว่ามันทำอะไรอยู่กันแน่!”
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น และใกล้เข้ามามาก
ใช้ชีวิตในจวนนานหลายปีขนาดนี้ ถูกพี่สาวคนรองรังแกและบีบคั้นมานานหลายปีขนาดนี้โหยวฟางอิ๋นจะฟังไม่ออกเชียวหรือว่าเป็นเสียงของโหยวเย่ว์ นางพับกระดาษบนโต๊ะและเก็บเข้าไปในแขนเสื้อแทบจะทันที ลุกจากที่นั่งด้วยความประหม่า เงยศีรษะมองออกไปนอกประตูพร้อมร้องเรียก “คุณหนูรอง”
ยามนี้โหยวเย่ว์เดินมาถึงประตูพอดีก่อนที่โหยวฟางอิ๋นจะเห็นโหยวเย่ว์ คราแรกนางนึกว่าตนจะหวาดกลัวจนไม่กล้ามองตรง ๆกระทั่งยังตัวสั่นงันงกเช่นกาลก่อน อย่างไรก็ตามครั้นอีกฝั่ายปรากฏกายเบื้องหน้าครรลองจักษุของตนเข้าจริง สิ่งที่ผุดขึ้นในความคิดกลับเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจและความขื่นขมที่คุณหนูรองเจียงฝืนสะกดกลั้นเมื่อวานนี้แทน…
คุณหนูรองทำเพื่อนางตั้งมากมายขนาดนั้นตอนอยู่ในวังยังถูกพี่หญิงรองกลั่นแกล้งเพราะเคยช่วยนางอีก บัดนี้เป็นเวลาอันสมควรที่นางต้องตอบแทนและปกป